รายละเอียดการสั่งจองฟิค My Brother รอบ 1.5





รายละเอียดฟิค

ปก กระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม พิมพ์ 4 สี 1 ด้าน (ปกหน้าและปกหลัง) เคลือบด้าน

เนื้อ ในเป็นกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ เข้าเล่มแบบไสกาว

จำนวนหน้า My Brother I (เล่ม 1) 300 หน้า
My Brother II (เล่ม 2) 290 หน้า


ราคารวมหนึ่งชุด 600 บาท

จัด ส่งเฉพาะทางไปรษณีย์เท่านั้น!! ดังนั้นกรุณาเพิ่มค่าจัดส่งจำนวน 50 บาท สำหรับการจัดส่งด้วยค่ะ เช่น ซื้อฟิคหนึ่งชุด ราคา 600 บาท + ค่าไปรษณีย์ 50 บาท ต้องโอนมาทั้งหมด 650 บาทค่ะ





การโอนเงิน


โอน เงินได้ตั้งแต่วันนี้ 29 สิงหาคม 2553 – 10 กันยายน 2553 ย้ำ ถึงเที่ยงคืนของวันที่ 10 กันยายน เท่านั้น!!!!!!! (ไรท์เตอร์ จำเป็นจะต้องรักษาสิทธิ์ของผู้ที่โอนเงินภายในเวลาที่กำหนดนะคะ ส่วนรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ keynim@hotmail.co.th หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 084-4818152 ค่ะ)

และกรุณาโอนเศษสตางค์มาด้วยนะคะ


โอนเงินมาที่

เลข บัญชี 667-274792-9 บัญชีประเภทออมทรัพย์
นาง สาวรังสิยา ปานดำ
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขามหาวิทยาลัย เชียงใหม่







สำคัญ มาก!!! ผู้ที่โอนเงินมาแล้ว กรุณาถ่ายรูปสลิปโอนเงิน หรือสแกน ให้เห็นรายละเอียดสำคัญที่เป็นหลักฐานในการส่ง และกรุณาส่งมาที่ keynim@hotmail.co.th ภายใน 3 วันหลังจากโอนเงินเข้ามา เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

หรือหากไม่สะดวก กรุณาบอกจำนวนเงินที่โอน (รวมเศษสตางค์) สถานที่ที่โอน และวัน เวลาให้ชัดเจนมาค่ะ

สวัสดีรีดเดอร์ที่รักทุกคนนะคะ laugh.gif laugh.gif laugh.gif laugh.gif

อิ นิ่มเองค่ะ...หายหน้าหายตาไปนาน แถมยังมาช่วงสอบอีก...วุ่นวายจริงๆ แหะๆ หวังว่ารีดเดอร์ที่รักทุกคนจะยังไม่ลืมอินิ่มและฟิคสนองนี้ดเรื่องนี้ไปนะคะ TT__TT
สำหรับฟิค’พี่ชาย’ตอนนี้ค่อนข้างจะเป็นตอนที่ค่อนข้างซีเรียส (เหรอ)และที่สำคัญคือไม่มีมินคีย์!!!! T_T ขอโทษรีดเดอร์ทุกคนที่รออ่านนะคะ ความจริงก็อยากเขียนมินคีย์มาให้รีดเดอร์กระชุ่มกระชวยหัวใจบ้างหลังจากหาย ไปนาน แต่มันคงต้องทำไปตามเนื้อเรื่องเนอะ (เหงื่อตก) อย่างน้อยรีดเดอร์คงจะได้รู้จักตัวละครหลายๆตัวเพิ่มมากขึ้น...และเพิ่มความ สงสัยเกี่ยวกับฟิคเรื่องนี้มากขึ้น(ว่าอิคนเขียนมันต้องการอะไรจากสังคม
กันแน่) อย่าโกรธอย่าเคืองอินิ่มคนนี้เลย ฮือออออออ เพราะวันนี้อินิ่มจะนำรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรวมเล่มฟิคมาฝากกัน!!!!! biggrin.gif
ซึ่งนั่นก็คือ แต่นแตนแต๊นนนนนน


รูป หน้าปกนั่นเอง กรี๊ดดดดดดดด กราบขอบพระคุณที่อกคุณซอล (SolphasE) และ อิหนู (เพื่อนเลิพที่ไม่มียูส -,.-)สำหรับแฟนอาร์ตและการช่วยทำหน้าปกให้อินิ่ม *กราบบบบบ


เล่มหนึ่ง

 Reduced: 52% of original size [ 1300 x 750 ] - Click to view full image



เล่มสอง
 Reduced: 52% of original size [ 1300 x 750 ] - Click to view full image







รายละเอียดเรื่องการสั่งจอง

ตอนนี้ขยายเวลาจอง+โอนเงินไปเรื่อยๆถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2553 นะคะ คนที่ยังไม่ได้สั่งจองภายในสิ้นเดือนนี้ก็สามารถสั่งจองและโอนเงินมาได้ใน ระยะเวลาดังกล่าวค่ะ ^^ มีอะไรสามารถสอบถามโดยตรงมาได้ที่อีเมล nimkey_prand@hotmail.com
หรือหมายเลขโทรศัพท์ 084-4818152 หรือทาง PM ที่บอร์ดนี่ก็ได้ค่ะ ^^

ส่วน เรื่องคำถามที่ว่าจะทยอยส่งฟิคให้ได้เมื่อไหร่ คงต้องเป็นช่วงหลังงาน KFC นะคะ เพราะต้องส่งฟิคพิมพ์ที่กรุงเทพ แล้วก็เอามันกลับมาแพ็คของที่เชียงใหม่ ถึงจะค่อยส่งไปอีกทีค่ะ คาดว่าจะจัดการให้เรียบร้อยไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคม 2553 ค่ะ

ถ้ามีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมจะมาอัพเดทให้รู้กันนะคะรีดเดอร์ที่รักทุกคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ด้วยรักและปล้ำจูบ
y_prand

 

สวัสดีรีดเดอร์ที่รักทุกคน 

  วันนี้ y_prand จะขออนุญาตแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับราคา และการโอนเงินของฟิค My Brother ให้ทุกคนได้รับทราบนะคะ  ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดมีดังนี้ค่ะ

 

1. รายละเอียดสำหรับฟิค My Brother



ตอน นี้ได้ราคาแน่นอนสำหรับฟิค My Brother แล้วนะ คะ เนื่องจากจำนวนหน้าที่มาก ทำให้ต้องแบ่งเป็นสองเล่มค่ะ แบ่งเป็น My Brother I  และ My Brother II 

ปก กระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม พิมพ์ 4 สี 1 ด้าน (ปกหน้าและปกหลัง) เคลือบด้าน

เนื้อ ในเป็นกระดาษถนอมสายตา 75 แกรม  พิมพ์ขาวดำ เข้าเล่มแบบไสกาว

จำนวน หน้ายังไม่สรุปแน่ชัด แต่มากกว่า 500 หน้า แน่นอน และส่วนของspecial chapter ก็คือส่วนที่จะไม่เปิดเผยเนื้อเรื่องต่อสาธารณะ เว้นแต่ผู้ที่ได้ซื้อฟิคไปแล้วเท่านั้น ที่สำคัญคือ  ผู้ที่สั่งซื้อฟิคชั่น My Brother จะมีโอกาสได้อ่านตอนจบก่อนใครอย่างแน่นอน!!!!  

เมื่อจำนวนหน้ามาก  ก็เป็นที่ทราบกันนะคะ ว่าราคาต้องแพง แต่รับปากแล้วว่าไม่เกิน 600 บาทแน่นอน  ดังนั้น สรุปราคาก็คือ ฟิคหนึ่งชุด ซึ่งประกอบด้วย My Brother I และ My 2. Brother II ราคารวมทั้งหมด  580 บาท (ราคาต่อหนึ่งเล่ม 300 บาท)

สำหรับผู้รับฟิคทางไปรษณีย์ กรุณาเพิ่มค่าจัดส่งจำนวน 50 บาท สำหรับการจัดส่งด้วยค่ะ  เช่น ซื้อฟิคหนึ่งชุด ราคา 580 บาท  + ค่าไปรษณีย์ 50 บาท  ต้องโอนมาทั้งหมด 630 บาทค่ะ

การโอนเงิน

                โอนเงินได้ตั้งแต่วันนี้  15 กรกฎาคม 2553 – 10 สิงหาคม 2553  ย้ำ ถึงเที่ยงคืนของวันที่ 10 สิงหาคม เท่านั้น!!!!!!! (ไรท์เตอร์ จำเป็นจะต้องรักษาสิทธิ์ของผู้ที่โอนเงินภายในเวลาที่กำหนดนะคะ ส่วนรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ nimkey_prand@hotmail.com  หรือ หมายเลขโทรศัพท์  084-4818152  ค่ะ)

                โอนเงินมาที่

                  เลข บัญชี  667-274792-9    บัญชีประเภทออมทรัพย์  

                นาง สาวรังสิยา  ปานดำ
                ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขามหาวิทยาลัย เชียงใหม่

               

 

 

สำคัญมาก!!ผู้ที่โอนเงินมาแล้ว กรุณาถ่ายรูปสลิปโอนเงิน  หรือสแกน ให้เห็นรายละเอียดสำคัญที่เป็นหลักฐานในการส่ง  และกรุณาส่งมาที่ nimkey_prand@hotmail.com   ภายใน 3 วันหลังจากโอนเงินเข้ามา เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

  y_prand จะอัพเดทผู้ที่โอนเงินเรียบร้อยแล้ว ทางบล็อค http://y-prand.exteen.com/ และทาง http://www.shinee-thailand.com/world/index.php?showtopic=8638&pid=1689527&st=1080&#entry1689527   ค่ะ

 

ขอบคุณสำหรับการ ติดตามและสั่งจองฟิค My Brother ค่ะ  y_prand จะทำฟิคเรื่องนี้ให้สุดความสามารถเพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่ผิดหวังค่ะ

 

ป.ล. Hotmail ของตัวเองห่วยมาก...ต้องใช้ของเพื่อนอีกแล้ว ขอโทษด้วยค่ะ หากต้องการสอบถาม ส่งมาที่ nimkey_prand@hotmail.com ได้เลยค่ะ

 

 

 

ด้วยรัก

y_prand

 

รายชื่อผู้สั่งจองฟิค

My Brother

Fiction by   y_prand

 MinKey feat. Onew, Jonghyun ,Taemin, Nichkhun

 

รายละเอียดคร่าวๆ

·        ความยาวประมาณ 500 หน้า  รวมสเป +แฟนอาร์ต

·        ไม่เกิน 30 ตอน

·        สเปเชี่ยลพาร์ท ประมาณ 50 หน้า (อาจจะมากกว่านี้ ต้องดูอีกที)

·        กระดาษถนอมสายตา

·        แบ่งเป็น 2 เล่ม เล่มละ 250 หน้าขึ้นไป  (ดูอีกที)  เล่มละประมาณ 300 บาท

·        ที่คั่นหนังสือ + ของแถม (ยังไม่บอก)

·        OPV ประกอบ

·        ผู้โชคดี 15 คนแรก จะได้ของรางวัลพิเศษจากไรท์เตอร์เน้อ -,.-  (จะจองถึงไหมนิ เหอๆๆ)

 

รายละเอียดการสั่งจอง

·        รับฟิคได้ 3 วิธี

o   รับที่งาน KFC วันที่ 22 สิงหาคม 2553

o   รับที่เชียงใหม่ (เดี๋ยวนัดอีกทีเนอะ)

o   ส่งไปรษณีย์  (บวกค่าจัดส่ง 50 บาท)

·        สั่งจองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึง 30 กรกฎาคม 2553 

ส่งมาที่ nimkey_prand@hotmail.com 

หัวข้อ  : สั่งจองฟิค My Brother

·        แบบฟอร์มการสั่งจองฟิค

o   ชื่อ_________________________________________

o   Username ( เล่นที่บอร์ดไหน บอกมาด้วย) :_______________________________

o   จำนวน ____________เล่ม

o   ของแถมที่ต้องการ

o   คำถามถึงไรท์เตอร์   ถามเกี่ยวกับฟิคโดยทั่วไปได้นะคะ(ถ้าถูกใจอาจจะเอาไปใส่ในเล่มด้วย)

o   รับวิธีไหน ____________________

§  ถ้าส่งทางไปรษณีย์ บอกที่อยู่มาด้วยนะคะ

§  ที่อยู่ :________________________

______________________________

 

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ____________________

·        ตอนนี้ไรท์เตอร์อยากรู้จำนวนคร่าวๆสำหรับการจัดพิมพ์นะคะ ใครยังไม่ว่างส่งทางเมล กรุณาคอมเม้นท์ไว้ที่หน้านี้ก่อนก็ได้  ^/\^   มีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมบอกได้เลยนะคะ

·        รายละเอียดเรื่องโอนเงิน

จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง >___<

My Brother Chapter 6 : น้ำตา

posted on 19 Jan 2010 21:20 by y-prand  in MyBrother

 

My Brother




Chapter 6 : น้ำตา


 





ตั้งแต่คีย์เข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เขาก็พบว่าบ้านไม่เคยเงียบเหงาขนาดนี้มานานแล้ว ความเงียบขนาดนี้ คีย์เคยพบอยู่ไม่กี่ครั้งเมื่อปีที่แล้ว เมื่อมินโฮไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่อเมริกา หากทุกครั้งที่เขาต้องอยู่คนเดียว มินโฮกลับเป็นฝ่ายต่อสายโทรศัพท์แพงแสนแพงมา หรือใช้การติดต่อทางอินเตอร์เน็ต เพียงเพราะรู้ว่าคีย์กลัวความเงียบและความเหงามากแค่ไหน ทุกอย่างเงียบเสียจนคีย์ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นอย่างชัดเจน เพียงแค่ช้อนกระทบกับจานข้าว คีย์ก็ได้ยินเสียงกึกก้องดังสะท้อนราวเสียงกลองที่ดังกระหึ่มอยู่ในหัว มือบางเขี่ยจานข้าวไปมา ก่อนตัดสินใจวางช้อนและหลับตาลงอย่างช้าๆ


"มินโฮรักคีย์นะ ขอกอดคีย์ไว้สักพัก.. แล้วมินโฮก็จะถอยไปอย่างที่คีย์ต้องการ"


ประโยคสุดท้ายของมินโฮ และแผ่นหลังใหญ่ที่หันหลังให้เขายังคงติดอยู่ในความทรงจำ หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว มินโฮทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาได้เป็นอย่างดี

ถอย...ของมินโฮ ก็คือการไม่เข้าใกล้เขาเลยแม้แต่นิดเดียว

ทุก เช้าที่คีย์ตื่นขึ้นมาก็จะได้ยินเสียงกุกกักของคนที่อยู่ห้องตรงข้าม ก่อนที่มินโฮจะแต่งตัวไปโรงเรียนโดยไม่ไปส่งเขาเหมือนเช่นเคย ไม่...แม้กระทั่งจะบอกลาเขา ทุกเย็น ก็ไม่มีวันไหนที่มินโฮจะกลับมาก่อนเวลากินข้าว กว่าสามสี่ทุ่ม หรือเที่ยงคืนที่ร่างสูงจะมาปรากฎตัวในบ้าน เพียงเพื่อให้เขามองเพียงแผ่นหลัง และเข้าไปเก็บตัวเงียบๆในห้อง

ไม่ทักทาย...ไม่พูดคุย ไม่เข้าใกล้


"คีย์... วิคยืนยันนะ ว่ามินโฮ รักคีย์มาก เพียงแต่มินโฮไม่รู้ว่าจะทำวิธีไหน ที่จะให้คีย์เชื่อ ว่าเขารักคีย์จริงๆ รักแบบ ไม่ใช่น้องชายรักพี่ชาย เข้าใจนะ"


คีย์นึกถึงคำพูดของวิคตอเรียในวันที่หญิงสาวขับรถมาส่งเขาที่บ้านเพียงคนเดียว แล้วหัวเราะอย่างสมเพชตัวเอง

"มันอาจจะเป็นการเห็นแก่ตัวนะคีย์ถ้าจะพูดแบบนี้... แต่มันก็ขึ้นอยู่กับที่คีย์จะเลือกมองว่าการกระทำแบบนี้ คือการทำร้าย หรือว่าถ่ายทอดความรัก..."

สุดท้ายแล้ว...ทุกอย่างนั่นคือการแสดงออกถึงความรักของมินโฮหรือ เปล่า มินโฮเลือกที่จะถ่ายทอดความรักด้วยวิธีที่ทำให้เขาเจ็บปวดแทบขาดใจ เหมือนกับการบีบบังคับเขาเช่นหลายวันที่ผ่านมา ทุกๆรอยสัมผัส จุมพิตลึกล้ำ และการโอบกอดร่างกายเขาไว้นั่นคือการแสดงความรักใช่ไหม

รักของมินโฮ....มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

วิ คตอเรียบอกเขาว่ามินโฮตัดสินใจแยกที่เรียนกับเขา แล้วก็ไปเรียนต่อที่อเมริกาก็เพราะเขา แสดงว่ามินโฮเคยคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนหรือ

มินโฮจะเครียดมากแค่ไหนก่อนหน้านี้ จะสับสนเหมือนที่เขากำลังรู้สึกหรือเปล่า จะเจ็บเหมือนที่เขาเป็นไหมกับการที่อยู่ใกล้เขา

คีย์จำสายตาสุดท้ายที่มองมินโฮในสนามบินได้ เขาอยากรู้ ว่าแววตาสับสนนั่นเพราะเขาใช่ไหม


แกร๊ก...แกร๊ก

เสียงขยับกลอนประตูทำให้คีย์หลุดจากห้วงคิดวุ่นวายสับสนของตัวเอง ประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับร่างสูงคุ้นตาที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน

คิดไปเองหรือเปล่า...ว่าใบหน้าคมคร้าม มีร่องรอยเหนื่อยอ่อนกว่าที่เคย


"มินโฮ..."

คีย์เอ่ยเรียกไปอย่างลืมตัว ก่อนที่จะตกใจตัวเองเมื่อมินโฮหันกลับมามอง

"...."

"อะ...เอ่อ กิน...กินอะไรมาหรือยัง"

"อืม"

"เหรอ"

"...."

"....."

คีย์ ยิ้มแห้งให้ สมองจะหมุนติ้วเพราะคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อ เขาเห็นเพียงมินโฮที่จ้องมองมายังเขาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะหันหลังขึ้นห้องไปเงียบๆ ทิ้งให้เขายืนมองบันไดที่ว่างเปล่าอย่างนั้นจนกระทั่งขอบตารู้สึกถึงน้ำ ร้อนๆที่เอ่อไหลลงมา

"บ้าที่สุด.."













ประตู ห้องถูกเปิดอย่างเงียบๆ แสงไฟอ่อนที่คีย์ทิ้งไว้เหมือนทุกคืนเพราะโรคกลัวความมืดปรากฎเงาของร่างกาย สูงใหญ่เข้ามาในห้อง คีย์นอนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่บนเตียงขนาดพอดีตัวที่ตั้งอยู่กลางห้อง ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าคนบนเตียงหลับสนิทแค่ไหน มินโฮก้าวไปหยุดที่ข้างเตียงก่อนทรุดกายลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา

"ร้องไห้อีกแล้วเหรอ...."

ร่อง รอยคราบน้ำตาที่เกาะอยู่ข้างแก้ม และดวงตาบวมช้ำทำให้เขาส่งปลายนิ้วไปสัมผัสกับแก้มนุ่มและค่อยๆแตะคราบน้ำสี ขาวเพื่อเกลี่ยมันออกจากผิวเนียน มือใหญ่อีกข้างค่อยๆยกนิ้วเรียวมาจูบอย่างเชื่องช้า


"...พี่ชายนายน่ะ... อ่อนแอมากไปแล้วนะ นายต้องการให้คีย์เป็นแบบนี้ต่อไปเหรอ"



คำพูดของวิคตอเรียในความทรงจำทำให้มินโฮหัวเราะเบาๆ ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับริมฝีปากนุ่มอย่างหลงใหล

"เพราะอย่างนี้...เพราะคีย์เป็นแบบนี้ ถึงไม่อยากให้ใครมายุ่งด้วย"

ต่อให้ใครบอกว่าเขาเห็นแก่ตัวที่คิดจะครอบครองคีย์ไว้เพียงคนเดียว มินโฮก็ไม่เคยสน

ใครจะรู้จักคีย์ดีเท่าเขา....

คีย์ ใสซื่อ และบริสุทธิ์จนเขากลัวว่าคีย์จะถูกใครต่อใครทำร้ายเหมือนในอดีตอีก เหตุการณ์เลวร้ายในอดีตยังติดอยู่ในทุกแง่มุมของความทรงจำ วันที่เขาเห็นคีย์แทบหมดลมหายใจไปต่อหน้าโดยไม่สามารถทำอะไรได้ หัวใจเต้นแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก และเสียงของเครื่องมือช่วยชีวิตที่ดังตลอดทั้งวันในห้องICU วันที่เขาไม่สามารถปกป้องคีย์ได้เหมือนกับวันที่เขาถูกอ้อมกอดเล็กทว่าแน่น หนาปกป้องจากการถูกเด็กอันธพาลทั้งกลุ่มทำร้าย

"อย่าตีมินโฮ...อย่า"


เสียงเล็กร้องห้ามไม่ให้คนทำร้ายเขา ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนกอดเขาแน่นเพื่อให้ร่างกายตัวเองรองรับทั้งกำปั้นและ ฝ่าเท้าทั้งหมดไว้เองคนเดียว เสียงโอดโอย และน้ำตาที่ไหลทะลักลงมาบนตัวเขาทำให้รู้ว่าคีย์เจ็บมากแค่ไหน แต่คีย์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือจากเขาทั้งๆที่เขาดิ้นรนเพื่อจะลุกไปเผชิญ หน้ากับคนที่ตัวใหญ่กว่าทั้งกลุ่มแทน คีย์กอดเขาไว้จนกระทั่งเหตุการณ์ทั้งหมดจบลง

"ไม่เป็นอะไรแล้ว...ไม่เป็นอะไรนะ"


ทั้งๆที่เป็นคนเจ็บ มากกว่า แต่คีย์ก็ไม่เคยร้องบ่นอะไรมากกว่าถามเขาด้วยความห่วงใยเพราะกลัวว่าเขาจะ เป็นอันตราย ทั้งๆที่เหตุการณ์วันนั้น เขาเป็นคนที่เริ่มต้นไปมีเรื่องกับกลุ่มเด็กรุ่นพี่เอง แต่คีย์ก็เป็นคนออกรับกับอาจารย์ทั้งหมดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่อง จนกระทั่งถูกพักการเรียนเป็นอาทิตย์ ทั้งๆที่การถูกพักการเรียนคีย์เสียใจที่ไม่ได้ไปเข้าค่ายครั้งแรกกับทาง โรงเรียน แต่คีย์กลับบอกทั้งน้ำตาให้เขาไปสนุกสนานกับทุกคนแทนที่ตัวเอง คีย์คนที่มีรอยยิ้มเสมอให้เขาเสมอแม้กระทั่งเมื่อตื่นมาจากการหลับอันยาวนาน หลังจากต้องเกือบเผชิญหน้ากับความตาย

"สัญญานะ ต่อไปคนที่จะทำร้ายคีย์ได้มีแค่เราเพียงคนเดียว"


ตั้งแต่ วันนั้น เขาก็ตัดสินใจว่าจะไม่มีวันให้คีย์ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายอีก อ้อมกอดและนิ้วก้อยที่เกี่ยวเขาไว้อย่างแน่นหนาราวกับคำสัญญา

"คีย์สัญญา... คีย์จะให้มินโฮทำร้ายคีย์แค่คนเดียว จะไม่ให้ใครมาทำให้เจ็บอีก สัญญา"


เขา รู้ว่าเขาเองก็ผิด ที่กลัวจนเอาแต่ปกป้องและกีดกันคีย์จากเรื่องราวเลวร้ายมาตลอดเวลาที่ผ่านมา คีย์จึงไม่เคยรับรู้และมีภูมิคุ้มกันกับเรื่องที่โหดร้ายต่อร่างกายและจิตใจ มานานกว่าเจ็ดปี

เพราะรู้ว่าคีย์เป็นคนยังไง เขาก็เลยกลัว กลัวว่าคีย์จะถูกใครต่อใครมายุ่งวุ่นวาย และทำร้ายอีก คีย์คนที่แม้จะถูกหลอกซ้ำซาก ถูกทำร้ายจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ก็ยังสามารถให้อภัยคนๆนั้นได้แค่เพียงคำขอโทษ และการแสดงความรู้สึกผิดเล็กๆน้อยๆ มองโลกในแง่ดีเสียจนถูกหลอกง่ายๆตลอดมาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

เขา ยินดีที่จะเป็นคนเลว และเห็นแก่ตัวเพื่อปกป้องคีย์จากทุกคนที่เข้ามาใกล้ คำสัญญาที่เขาขอคีย์ไว้ในวันนั้น เหมือนคำประกาศที่เขาตั้งไว้กับตัวเอง

ในโลกนี้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะทำให้คีย์เสียใจได้

มีเพียงเขาเท่านั้น ที่จะเป็นเจ้าของคีย์

มิ นโฮจับจ้องใบหน้าหวานอย่างหลงใหลก่อนที่จะก้มลงจูบที่หน้าผากเนียนและจูบ เลื่อนไล่ทั่วใบหน้าจนกระทั่งลงมาประกบกับริมฝีปากสวยได้รูป เสียงอู้อี้ประท้วงอย่างไม่รู้สึกตัวดังขึ้นเป็นระยะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ยังยืนยันกับตัวเองเสมอ

คีย์เป็นของเขาเท่านั้น!!!!








"เรียกพี่ว่าพี่ชายสิ..."

ร่างบนเตียงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มออดอ้อน ผิดกับคนที่กำลังจับจ้องหนังสือในมือและพูดอย่างไร้อารมณ์บอกดวงแววตาเย็นชา

"ทำไมจะต้องเรียก อายุเท่ากันแท้ๆ"

"แต่คีย์เกิดก่อนนะ...ตั้ง..เท่าไหร่น้า อ้อ 77 วันแน่ะ"

"แล้วไง"

"เชอะ... "

สิ้นเสียงคีย์ก็สะบัดหน้าไปอีกทาง แต่อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึก จนกระทั่งคีย์ทำหน้าบึ้งตึงและล้มตัวลงบนเตียงอย่างอารมณ์เสีย และหันหลังให้เขาอยู่นานจนกระทั่งมินโฮเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือในที่สุด

"นี่...งอนเหรอ"

"ใช่ งอน"

มินโฮมองคนที่ตอบด้วยเสียงที่บ่งบอกว่า 'งอน' จริงๆ โดยไม่หันกลับมาก่อนที่จะถอนหายใจ

...นี่น่ะเหรอ คนที่บอกให้เขาเรียกพี่

"งอนบ่อยๆ เดี๋ยวไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลนะ"

"ใจร้าย!!!"

เท่านั้นแหละ คีย์ก็หันกลับมา และดีดตัวขึ้นนั่งเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว แต่คงเร็วเกินไปจนกระทั่งมือบางต้องยกขึ้นกุมขมับพร้อมหน้าซีดๆ

"ปวดหัว"

"สมน้ำหน้า ป่วยอยู่แท้ๆ ไม่เจียมตัวบ้างเลย"

"....มินโฮใจร้ายที่สุด"

"อยากให้เรียกว่าพี่ชายจริงๆเหรอ"

"จริงสิ ก็คีย์ไม่เคยมีน้องนี่นา มินโฮจะได้เป็นน้องชายคนแรกของคีย์ แล้วคีย์ ก็จะได้เป็นพี่ชายคนแรกของมินโฮไง"

".....ปัญญาอ่อน คนเป็นพี่เค้าคิดอย่างนี้กันเหรอ"

"ก็ทำไมล่ะ"

"....เด็กชะมัด"

มินโฮเอ่ยก่อนส่ายหน้าอย่างปลงๆ และก้มลงไปจดจ่อกับหนังสือบนตักต่อ

"ใครเด็กกันแน่ ก็สิบสองขวบเท่ากัน"

"เห็นไหม บอกแล้วว่าอายุเท่ากัน จะเรียกพี่ชายไปทำไม"

"ใจร้าย มินโฮใจร้าย ไม่รักคีย์เหรอ"

"ไม่!!!"

".ไม่รักเลยเหรอ"

"ไม่เลยสักนิด!!!"

สิ้นเสียง น้ำตาก็หยดแหมะลงมาบนผ้าห่มราวสั่งได้ มินโฮเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจ

"ร้องไห้ทำไม!"

"ก็มินโฮไม่รักคีย์..."

"เรื่องแค่นี้จะร้องไห้ทำไม"

"ก็...ถ้ามินโฮไม่รักคีย์ ก็ไม่มีใครรักคีย์แล้ว...แล้ว คียก็เหลือมินโฮแค่คนเดียวนี่นา"

เอ่ยพร้อมกับแรงสะอื้น จนมินโฮตัดสินใจวางหนังสือลง และลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดหน้าไปเช็ดน้ำตาที่หลั่งออกมาบนใบหน้าซีดอย่างเบามือ

"เหลือเราคนเดียวแน่เหรอ"

"อือ..."

....

"งั้นก็ได้ แต่ต้องมีข้อแม้นะ.."

"หือ.."

คีย์เงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตาด้วยความหวัง

"สัญญานะ ต่อไปคนที่จะทำร้ายคีย์ได้มีแค่เราเพียงคนเดียว"

อย่างไม่ต้องคิด คีย์พยักหน้ารับและเอ่ยตอบรับทันที

"อืม"

"ต่อไป ถ้าเราขออะไร คีย์ต้องยอมทุกอย่าง"

"อืม"

"ถ้าเราห้ามไม่ให้คีย์ทำอะไร คีย์ก็ต้องทำตามที่เราบอก"

"อืม...ทำไมหลายข้อจัง คีย์ขออย่างเดียวเองนะ"

คีย์เอ่ยเสียงอ่อน ก่อนหลบตาเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าดุใส่

"ก็ได้..."

"เหลืออีกข้อเดียว..."

"ห้ามรักเราน้อยกว่าคนอื่น เพราะเราจะเป็นน้องของคีย์แค่คนเดียว ดังนั้นคีย์ก็จะต้องเป็นพี่ชายของเราคนเดียวเหมือนกัน"

"อือ"

"ถ้าทำได้ เราก็จะเรียกคีย์ว่าพี่ตามสัญญา จนกว่าเราจะเบื่อ ถึงจะไม่เรียก"

"อะไรอ่ะ มีเบื่อด้วยเหรอ ขี้โกงนี่นา"

คีย์หน้าบึ้งอีกรอบ แต่เมื่อเห็นสายตาดุๆอีกรอบ ก็ต้องเอ่ยเสียงอ่อย

"ก็ได้ น้องชายอะไรดุพี่ได้ด้วย"

"เราไงล่ะ"

"ไม่ได้ๆๆๆ เราเป็นพี่น้องกันแล้ว มินโฮจะต้องแทนตัวเองว่ามินโฮแล้วก็เรียกคีย์ว่าพี่คีย์ เพราะว่ามินโฮเด็กกว่า ส่วนคีย์ก็จะเรียกมินโฮว่ามินโฮ แล้วก็แทนตัวเองว่าคีย์เหมือนตอนนี้ ตกลงน้า"

นิ้วก้อยถูกยกกระดิกมาตรงหน้ามินโฮ แม้ว่าจะมีสีหน้าเบื่อๆ และคำเอ่ยลอยๆมาอย่างไม่เต็มใจ แต่มินโฮก็ยกนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวอย่างว่าง่าย

"ครับ พี่คีย์"

"มินโฮน่ารักมาก คีย์รักมินโฮที่สุดเลย!!!"

พูดจบ ร่างเล็กก็โผเข้ากอดคนที่สูงกว่าไว้แน่น

"ให้มันแน่เถอะ...ต้องรักมินโฮแค่คนเดียวนะ เป็นพี่ชายมินโฮแค่คนเดียวนะ แล้วอย่าลืมสัญญาล่ะ"

"อืม...คีย์สัญญา คีย์จะให้มินโฮทำร้ายคีย์แค่คนเดียว จะไม่ให้ใครมาทำให้เจ็บอีก สัญญา"

 

 

 

 

 



ความวุ่นวายในสนามฟุตบอล ทำให้คีย์ยิ้มให้กำลังใจนักกีฬาหลายๆคนที่หันมาหาเขาด้วยใบหน้าที่แทบจะ ร้องไห้ เมื่อพี่จินกิกลายสภาพเป็นกัปตันจอมโหด ใบหน้าอ่อน และร่างกายนุ่มนิ่มที่เห็นอยู่ประจำ ไม่ทำให้รัศมีความน่ากลัวที่เปล่งออกมาหายไปเลยสักนิด พี่จินกิในเวลาธรรมดากับเวลาอยู่ในสนามแตกต่างกันจนเขานึกถึงใครอีกคน

คนที่จริงจังกับทุกเรื่องจนเป็นนิสัย และไม่ชอบความพ่ายแพ้เอาเสียเลย

คีย์หยิบถุงผ้าสีขาวผืนเล็กที่มีพวงกุญแจรูปกุญแจห้อยอยู่ขึ้นมาจากกระเป๋า ยิ้มเมื่อนึกถึงที่มาของเจ้าถุงผ้าสีขมุกขะมัวนี้ นิ้วเรียวๆของมินโฮที่จับเข็มอย่างเก้งก้างก่อนปักฝีเข็มลงไปบนเนื้อผ้าจน ได้ถุงผ้านี้มา เมื่อเขาต้องเจ็บมือเพราะถูกมีดบาดจากการทำอาหาร และไม่สามารถทำงานที่อาจารย์สั่งในวิชางานฝีมือได้ทัน กับพวงกุญแจรูปกุญแจสีชมพูที่อีกฝ่ายเป็นคนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดแรกที่ เขาได้รับ

น้ำตาหยดแหมะลงบนเนื้อผ้าสีขาวขุ่น พร้อมกับเสียงเรียกอย่างตกใจจากไกลๆ ก่อนที่คีย์จะเงยหน้าขึ้นและรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่พุ่งเข้ามากระทบใบหน้า อย่างแรง

พลั่ก!

"คีย์!!!"

จงฮยอนวิ่งมาที่สแตนท์เชียร์ข้างสนามด้วยใบหน้าตื่นตกใจ เสียงร้องจากหลายๆคนที่อยู่ในสนามและนอกสนามดังขึ้นเมื่อเห็นลูกฟุตบอลพุ่ง ไปที่หน้าคีย์อย่างแรงโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว เพื่อนนักกีฬาหลายคนวิ่งมาหยุดที่หน้า

สแตนท์ทันทีที่เห็นอะไรที่เกิดขึ้นกับอดีตผู้จัดการทีมของพวกเขา

ฟุตบอลเจ้าปัญหากระเด็นตกลงไปบนสนามแล้ว ทิ้งร่องรอยก็คือหยดเลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักออกมาจากจมูกและริมฝีปากของคีย์ มากมายออกมาจนจงฮยอนและจินกิที่เข้าไปประคองคีย์ถึงกับหน้าซีดเผือด

"...ขอโทษ คีย์ เราขอโทษ"

ฮงกิเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดเมื่อจินกิช่วยประคองลงมาจากสแตนท์ ขณะที่จงฮยอนช่วยเก็บของให้คีย์และเดินตามมา คีย์เงยหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดสีสดและยิ้มให้

"ไม่เป็นไร คีย์เหม่อเองแหละ ไม่ทันระวัง"

"คีย์...."

ยิ่งได้ฟังดังนั้น ฮงกิก็แทบจะร้องไห้ออกมา และหันไปทำหน้าซีดมองคนที่อยู่ข้างๆ

"มึง... กูจะไปฆ่าตัวตาย ฮือ"

เพื่อนทุกคนที่เห็น ตบบ่าอย่างให้กำลังใจ ก่อนที่แจจินจะเอ่ยออกมาอย่างหมั่นไส้

"ดีแล้วล่ะ ไม่งั้นกูจะฆ่ามึงแทนโทษฐานทำให้คีย์เจ็บ"

"จงฮยอน... แทมิน มาพาคีย์ไปพักที่ห้อง ห้ามเลือด ทำแผลให้เรียบร้อยล่ะ เอ้า ทุกคน กลับไปลงสนามได้แล้ว อย่ามัวแต่อู้ เหลือเวลาแข่งอีกแค่เดือนกว่าๆ ผลงานของพวกแกยังไม่คืบหน้าเลย จะไปแข่งกับโรงเรียนอื่นเค้าได้ยังไง ไปๆๆๆ แยกย้ายลงไปประจำตำแหน่งเดี๋ยวนี้"

เสียงฮือฮาเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกัปตันของทีมหน้ายักษ์กลับมา คีย์มองทุกคนยิ้มๆ พร้อมกับเงยหน้าและกดผ้าลงเพื่อห้ามไม่ให้เลือดไหลออกมาอีก

"คีย์..ไหวไหม"

"ไหว.. ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวคีย์ไปเองก็ได้ กลับไปที่สนามเถอะ แทมินด้วย ไม่ต้องห่วงพี่หรอก"

คีย์ยิ้มให้กับแทมินที่ยืนทำหน้าเลิกลั่กอยู่ข้างๆ และตบไหล่เบาๆ แต่จงฮยอนที่อยู่ข้างๆกลับไม่เห็นด้วยและช่วยประคองคีย์เดินตรงไปที่ห้อง ชมรมที่อยู่ไม่ไกลนัก

"พี่คีย์ครับ เจ็บมากไหม"

"ไม่เป็นไรหรอก....เอ่อ แต่ แทมิน.."

"หือ"

คีย์หยุดชะงัก ก่อนที่จะหันหลังกลับไปมองแทมินที่กำลังถือกระเป๋านักเรียนของเขาอยู่

"แทมิน เห็นถุงผ้าพี่ไหมครับ"

"ถุงผ้า??"

"ถุงผ้าเล็กๆ สีขาวขุ่นๆ ที่มีพวงกุญแจรูปกุญแจสีชมพูน่ะ เห็นไหมครับ"

"คีย์ อย่าเพิ่งหาเลย เลือดคีย์ยังไม่หยุดไหลเลยนะ ไปห้ามเลือดก่อนเถอะ เลือดกำเดาไหลแบบนี้ต้องเงยหน้าขึ้นนะ"

"เดี๋ยวสิ จงฮยอน ถุงผ้าของคีย์มันตกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ คีย์ต้องไปหาก่อน เมื่อกี้คีย์ยังจับไว้อยู่เลย"

"คีย์! มันก็อยู่ตรงนั้นแหละ ไม่หายไปไหนหรอก เดี๋ยวค่อยไป"

จงฮยอนพูดก่อนที่จะคว้าแขนคีย์กลับมาอย่างเป็นห่วง แต่คีย์กลับสะบัดแขนออก

"ไม่ได้นะ เกิดมันหายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ"

"ของแบบนั้นมันไม่หายไปไหนหรอกน่าคีย์ ไม่มีใครเค้าอยากจะเอาไปทำอะไรแน่ๆ ยกเว้นเช็ดรองเท้าน่ะนะ รีบไปห้าม..."

พลั่ก!!!!!

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแรงจนแทมินที่อยู่ข้างๆเบิกตาโพลง จงฮยอนสะบัดหน้าไปตามแรงหมัดรุนแรงและนิ่งไปทั้งตัว คีย์ตวาดเสียงดัง

"ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!!!!! ผมบอกให้ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้"

"คีย์...."

"ของขวัญของมินโฮ ไม่ใช่ของที่จะมาเช็ดรองเท้า... มันคือของขวัญวันเกิดชิ้นแรกของผม ถ้าคุณยังพูดแบบนี้ ผมจะไม่พูดกับคุณอีก"

ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวนิ่งค้างราวกับถูกหยุดเวลาไว้ จงฮยอนมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อ

"คีย์..คือ เราไม่ได้ตั้งใจ"

"แทมิน พี่ขอกระเป๋า"

คีย์หันกลับไปยังคนที่ตัวเล็กกว่าและขอเสียงแข็ง ก่อนกระชากกระเป๋ามาถือไว้และก้างยาวๆตรงไปยังสแตนท์ และกวาดสายตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาเพื่อหาของที่ต้องการ น้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดผสมกับเลือดจนเปื้อนเปรอะไปทั้งหน้า ผ้าเช็ดหน้าผืนโตเต็มไปสีแดงสดเป็นที่หน้ากลัวต่อทุกคนที่พบ

แม้กระทั่งจินกิ ยังไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหาร่างที่นั่งกวาดสายตามองหาของที่ตัวเองต้องการ และสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารพร้อมกับเช็ดหน้าด้วยผ้าผืนเดียวในมือ จงฮยอนขยับจะเดินตรงไป แต่จินกิที่เดินมาดูเหตุการณ์กลับคว้าแขนไว้ และส่ายหน้าห้าม

"คีย์...."

ทุกคนในสนามมองอดีตผู้จัดการนั่งคุกเข่าอยู่ข้างสนามและร้องห่มร้องไห้ด้วย สภาพดังกล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือด ไม่มีใครเคยเห็นคีย์ในรูปแบบนี้มาก่อน ผู้จัดการคนเก่งที่มีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่เสมอ ไม่เคยร้องบ่นสิ่งใด นอกจากยิ้มให้กำลังใจทุกคนที่เข้าไปพูดคุยด้วย


ภาพที่จงฮยอนเห็น ก็คือคีย์ที่สะอื้นปานขาดใจ จนเขารู้สึกกลัว คีย์ตอนนี้อ่อนแอจนเหมือนตุ๊กตาแก้วที่ร้าวไปทั้งตัว เพียงแค่แตะต้อง ก็ดูเหมือนจะแตกสลายออกเป็นชิ้นเล็กๆ


"อยู่ไหนนะ อยู่ไหนกัน"


ดวงตาพร่ามือทำให้คีย์มองทุกอย่างไม่เห็น ยิ่งเช็ด ก็ดูเหมือนจะยิ่งเลอะเทอะ และมองอะไรไม่เห็นมากกว่าเดิม โลกทั้งโลกราวกับมืดบอดไปชั่วพริบตา คีย์ปิดหน้าลงสะอื้นจนตัวโยน หัวใจและร่างกายที่อ่อนแอมาเกือบอาทิตย์ราวกับสิ่งกระตุ้นให้น้ำตาไหลออกมา ราวทำนบแตก


"เรื่องแค่นี้เอง ทำไมจะทำไม่ได้ ดูถูกมินโฮมากไปแล้วมั้งคุณคิบอม"

คีย์ได้ยินเสียงเอ่ยอย่างอารมณ์เสียในความทรงจำ ก่อนที่จะนั่งยิ้มมองคนตัวสูงนั่งเย็บถุงผ้าจนถูกเข็มทิ่มปลายนิ้วหลายต่อ หลายครั้งด้วยหน้าตาบึ้งตึงทว่าตั้งใจ เพราะว่าความเป็นคนไม่ยอมแพ้ มินโฮก็พยายามเย็บถุงครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งคืนกว่าสิบชิ้น จนกระทั่งได้ผลงานที่ดีที่สุดออกและเลือกให้เขาไปส่งอาจารย์จนอาจารย์ที่รับ ผลงานชมเปาะ

"เห็นไหม ไม่มีอะไรที่มินโฮทำไม่ได้หรอกพี่ชาย"

"เชื่อคร้าบ"

คีย์ยิ้มก่อนยื่นถุงผ้าที่อาจารย์ส่งคืนให้เจ้าของผลงาน และยิ้มให้เมื่อเห็นใบหน้าที่บ่งบอกถึงความภูมิใจในผลงานของตัวเองที่ทำให้ คีย์ได้คะแนนเต็มจากงานคราวนี้

"ให้ทำไม..."

"ก็คืนไง มินโฮทำ มินโฮก็เอาไปใช้เถอะ"

คีย์จับมืออีกฝ่ายมาและยัดถุงผ้าลงพร้อมจับนิ้วทั้งห้าให้กำลง แต่มินโฮขืนเอาไว้ และเอามันคืนไปให้

"ไม่เอา"

"ก็มินโฮทำนี่นา"

"ไม่อยากได้ เอาไปทำไมไม่ได้ใช้ เดี๋ยวก็ทิ้ง"

"อ้าว... เอาไปใส่มือถือก็ได้ หรือพวกเงินเหรียญแบบนี้ "

"ไม่จำเป็น"

"มินโฮ..."

"ชิ"

มินโฮเอ่ยก่อนหันหน้าหนีเมื่อเขาพยายามจะยัดเหยียดมันให้ได้ จนกระทั่งมือใหญ่ยื่นมาคว้ามันไปจากมือเขาและเดินตรงไปที่ห้องพักใหญ่ ทิ้งให้คีย์ยืนมองอย่างงงๆอยู่พักใหญ่ แล้วก็ออกมาจากห้องพร้อมกับถุงผ้าเมื่อกี้ที่มีพวงกุญแจรูปกุญแจสีชมพู ประดับอยู่เรียบร้อย

"เอาไป"

"หือ..."

"ของขวัญวันเกิด เก็บไว้ดีๆล่ะ ห้ามหายด้วย ถ้าหายผมจะฆ่าพี่"


ไม่หาย...เขาไม่มีวันที่จะทำให้มันหายไป

คีย์คุกเข่าคลานไปตามพื้นหญ้าและกวาดมือไปตามพื้นราวกับคนตาบอด

"อยู่ไหน...มินโฮ คีย์มองไม่เห็น ช่วยด้วย ...ช่วยคีย์ด้วย"

"ถุงนี่ใช่ไหม..."

มือใหญ่ยื่นสิ่งที่เขาตามหาตรงหน้า คีย์มองปลายเท้าที่พร่ามัวผ่านม่านน้ำตา ก่อนเอื้อมมือไปจับสิ่งที่ตามหาเข้ามาไว้ในแนบอก

"ใช่...ใช่"

"คนดี ได้ของแล้ว อย่าร้องไห้นะครับ"

เสียงทุ้มคุ้นหู และมือเรียวที่เอื้อมมาแตะที่ข้อมือ ทำให้คีย์เงยหน้าขึ้นมอง ร่างสูงกว่าที่อยู่ตรงหน้าทำให้น้ำตาของคีย์ทะลักออกมามากกว่าเดิม ปลายนิ้วของอีกฝ่ายล้วงเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดรอยเลือดและน้ำตาให้อย่างเบามือ จนคีย์แตะมือลงบนฝ่ามือใหญ่เพื่อพิสูจน์ว่านี่คือความจริง ไม่ใช่ความฝัน

"นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม...คีย์ไม่ได้ฝันใช่ไหม"

รอยยิ้มคุ้นตาพร้อมอ้อมกอดอุ่นทำให้คีย์ปล่อยน้ำตาและร่างกายให้อยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายอย่างเต็มตัว

"ไม่ใช่ครับ...คีย์ไม่ได้ฝันครับ"

"ฮือ..."

"ไม่ร้องนะครับ ไม่มีใครทำให้คีย์เสียใจอีกแล้ว"

คีย์สะอึกสะอื้นในอ้อมกอดหนา จนกระทั่งสติที่มีอยู่ล่องลอยหายไปพร้อมกับเสียงเรียกสุดท้ายที่เขาเปล่งออกมา







"พี่คุณ








TBC.

 


 

 

 

 

 

 


My Brother Chapter 5:กลัว

posted on 02 Jan 2010 13:19 by y-prand  in MyBrother
My Brother




Chapter 5 : กลัว


   

เพลงประกอบ :: เกลียดเธอไม่ลง  เอ็ม อรรถพล^^






   

    "ขอโทษ..."

    เช้าแล้ว  มินโฮลืมตาขึ้นมาเมื่อแสงสีทองลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง  พริบตาแรกที่มองก็คือร่างในอ้อมแขน เขกระซิบเรียกชื่อข้างหู ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากดวงตาทั้งคู่อย่าง เงียบเชียบด้วยความ

อ่อนโยน  แม้คีย์จะหันหลังให้  แต่เขากลับรับรู้ความเจ็บปวดผ่านแรงสั่นเล็กๆที่เกิดขึ้นทั้งร่างกาย อ้อมกอดหนากระชับร่างเล็กเข้ามาในอกพร้อมจุมพิตลงบนแก้มเนียนใส   คีย์ส่งเสียงสะอื้นเบา  แต่ไม่มีคำพูดใดๆดังออกจากริมฝีปากได้รูปที่ซีด

เซียว ไอร้อนด้วยพิษไข้ยังคงที่เหมือนเมื่อคืน

    "คีย์ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่  หือ..."
   
    แม้ว่าจะเป็นเสียงที่อ่อนนุ่มและอบอุ่นเพียงใด  แต่ดูเหมือนยิ่งพูด  ก็จะยิ่งเรียกให้น้ำตาหลั่งออกมามากขึ้น

    เงียบงัน... แผ่วเบา

    ทว่า เจ็บลึกไปถึงข้างในหัวใจ

    "คีย์ครับ..."

    "ได้โปรด คีย์อยากอยู่คนเดียว..."

    "คีย์..."

    เสียงเอ่ยย้ำที่แหบพร่าปนกับเสียงสะอื้นและร่างกายสั่นเทาทำให้มินโฮตัดสิน ใจไม่ยากนัก  ริมฝีปากหนาจูบหนักๆลงไปบนไหล่บาง ก่อนถอยลงมาจากเตียงเมื่อประโยคสุดท้ายดังจากปากคีย์

    "ขอร้อง...คีย์ขอร้อง"
   





     วิคตอเรียยิ้มอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่เดินมาที่นี่   เธอกับมินโฮสนิทกันจนบ้านนี้เหมือนเป็นบ้านอีกหลังของเขา   ระเบียงบ้านชั้นสองกว้างและเงียบสงบพอที่จะทำให้มินโฮมาหมกตัวยึดครอง พื้นที่รมควันให้ปอดตัวเองอย่างสบายใจ ทันทีที่เห็นแผ่นหลังกว้างใหญ่ เธอจึงเอ่ยอย่างประชดประชัน  จนคนที่กำลังยืนเหม่อหันกลับมาหา

    "ตื่นมาผลิตมะเร็งตั้งแต่เช้าเชียวนะคุณชเว"

    นิ้วมือเรียวยาวที่คีบบุหรี่ไว้กวักเรียกทันใจเมื่อได้ยินเสียงใส  จนวิคตอเรียหัวเราะเบาๆกับท่าทางนั้น

    "มาผลิตด้วยกันไหมล่ะคุณผู้หญิง"

    "เรื่องไม่ดีนี่ชวนจังเลยนะ ไม่หรอกย่ะ"   

    มือที่กำลังล้วงกระเป๋าเสื้อถึงกับชะงัก  มองคนตรงหน้าราวกับไม่รู้จักมาก่อน

    "ไม่เอาแน่เหรอ...ปกติไม่เห็นเคยปฏิเสธ"

    "แอม..แอมเบอร์ ขอไว้น่ะ"

    "เธอนี่นะ... ไม่น่าเชื่อ"

    มินโฮเอ่ยพร้อมพ่นควันสีขุ่นเทาออกมา  หัวเราะอย่างไม่เชื่อ จนคนเป็นเพื่อนตบเข้าให้ที่ไหล่หนา

    "อย่าว่าแต่ฉันเลย  นายเองก็ไม่ต่างจากกันหรอก  คีย์เคยรู้เรื่องอะไรเลวๆของนายบ้างไหมล่ะ"

    หญิงสาวเอ่ยเยาะเย้ย  ก่อนเดินเข้าไปยืนเคียงข้างและกระดิกนิ้วมาทางคนตัวสูง  มินโฮยิ้มกริ่ม ก่อนส่งสิ่งที่ต้องการไปพร้อมจัดการต่อไฟให้เรียบร้อย

    "ขอบคุณ..."

    " ที่นี่ยังสบายเหมือนเดิมเนอะ "

    "สบายสำหรับพ่นควันของนายน่ะสิ  แล้ว...เครียดจัดหรือคุณชาย สูบไปกี่มวนแล้วนี่ กะจะอัดให้ตายคราวเดียวเลยหรือไงย่ะ"

    วิคตอเรียถามขึ้นเมื่อเห็นเศษซากของตัวก่อมะเร็งบนพื้น  ที่เขี่ยบุหรี่ซึ่งวางอยู่ข้างรองเท้าสำหรับอยู่บ้านเต็มไปด้วยก้นบุหรี่ ประมาณห้าถึงหกมวนเป็นอย่างน้อย ทว่าเจ้าของผลงานกลับอัดควันสีเทาเข้าปอดและปล่อยออกมาราวกับไม่มี

อะไรเกิดขึ้น

    "นิดหน่อยน่า"

    หญิงสาวส่ายหัวอย่างไม่เชื่อ  นิ้วเรียวสวยส่งบุหรี่เข้าปากและอัดควันเข้าสู่ร่างกายอย่างคุ้นเคย

    "เรียบร้อยแล้วเหรอ..."

    "อืม  แต่โชคร้าย  คีย์รู้สึกตัว  เรื่องก็เลยกลับกลายเป็นว่า..ฉันข่มขืนคีย์"

    "ข่มขืน... ฟังดูน่ากลัวชะมัด  คีย์เป็นไงบ้างล่ะ"

    "ไข้ขึ้น ร้องไห้..."

    "....เฮ้อ"

    มินโฮหันไปมองเพื่อนสาวก่อนหัวเราะโดยไม่มีเสียง และมองเหม่อขึ้นไปบนฟ้ากว้าง

    "ทั้งที่ทนมาได้ตั้งนาน... ทำไมแค่นี้ฉันถึงทนไม่ได้นะวิค"

    "หือ..."

    "คีย์อยู่ตรงนี้มาตลอด  อยู่ข้างๆมาตลอด  แต่ทำไมฉันถึงเพิ่งมาทำอะไรตอนนี้นะ"

    วิคตอเรียตบบ่าเพื่อนอย่างให้กำลังใจ

    "เรื่องมันผ่านมาแล้วนะ  คีย์ก็เป็นของนายแล้วนี่  อะไรๆมันคงง่ายกว่านี้..มั้ง"

    "ไม่รู้สิ...มันอาจจะง่ายสำหรับฉัน  แต่สำหรับคีย์  การจะยอมรับได้ง่ายๆ คงยากเต็มที"

    หญิงสาวหันร่างไปเผชิญหน้ากับคนข้างตัว  รอยยิ้มอย่างรู้ทันยังคงไม่หายไปจากใบหน้า

    "คนอย่างชเว  มินโฮ เคยเครียดกับอะไรด้วยเหรอ"

    "นั่นสินะ...  ฉันไม่เคยใส่ใจกับอะไรในชีวิต  ไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำ  แต่พอเป็นเรื่องของคีย์ มันกลับยากเหลือเกินที่จะไม่ใส่ใจ...และทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร"

    "ก็เพราะนายรักคีย์ไง...  เพราะรักมาก  ถึงแคร์มาก  ห่วงมาก  เอาใจใส่มาก  แล้วก็ดูเหมือนจะเอาแต่ใจมากด้วย"

    "อืม"

    "ฮะฮ่า  ไม่น่าเชื่อว่า ชเว มินโฮนี่จะอ่อนหัดกว่าที่คิดนะ... อย่ามาทำหน้าเศร้าเล่นละครกับฉัน อย่าอ้อมค้อมน่า จะให้ฉันช่วยพูดอะไรก็บอกมา  ชักช้าน่ารำคาญชะมัด"

    มินโฮหันกลับมามองวิคตอเรียอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มทั้งปากและตา เสียงหัวเราะลั่นดังออกมาเมื่อรู้ว่าถูกจับได้

    "แล้วเธอล่ะ...อยากได้อะไร บอกมา"

    วิคตอเรียสบตาเพื่อน  และเสียงหวานใสหัวเราะออกมาประสานกับเสียงทุ้ม

    "รู้ไหมมินโฮ  ฉันเริ่มสงสารพี่ชายนายแล้วล่ะ"








    เสียงเปิดประตูทำให้คีย์สะดุ้ง  เขาพลิกตัวอย่างอ่อนเพลีย  ยิ่งขยับก็ดูเหมือนจะยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกส่วนของร่างกาย ยิ่งเจ็บมากเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนทุกร่องรอยจะถูกส่งไปทรมานที่หัวใจเพิ่มอีกสิบเท่า

    หากไม่นับความเจ็บปวดที่เขาเคยเผชิญเมื่อครั้งยังเด็ก   เหตุการณ์นี้  คือความหวาดกลัวที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเขา

    ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นโดยคนที่เขารัก

    "คีย์..."

    "อ๊ะ"

    เสียงรองเท้าหยุดลงหน้าเตียงพร้อมกับชื่อเขา  คีย์หันกลับไปมอง ก่อนรีบเช็ดน้ำตา  มือกระชับผ้าห่มขึ้นร่องรอยสีแดงช้ำที่ปรากฎอยู่ทั่วแผ่นอกขาวและคอ

    "อ่า  ไม่ต้องกลัวนะคีย์ ฉันวิคตอเรียเอง  คือ...ฉันมา  เอ่อ... ไข้ลดหรือยัง"

    "..."

    "คือ...คีย์  ในฐานะที่วิคเป็นเพื่อนของมินโฮนะ  วิคไม่อยากให้คีย์เข้าใจมินโฮผิด"

    วิคตอเรียเอื้อมมือไปแตะมืออีกฝ่ายอย่างเข้าใจ  คีย์ปล่อยน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง มองคนตรงหน้าด้วยแววตาเจ็บปวด

    "เข้าใจผิด...ผิดเรื่องอะไร"

    "คีย์จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้จริงๆเหรอ"

    คำถามนั้นทำให้คีย์ต้องก้มหน้านิ่ง  น้ำตายังคงปล่อยไหลออกมาไม่หยุด   เขาไม่อยากคิดถึงเรื่องราวเมื่อคืนอีก  ทำไมวิคตอเรียถึงทำให้เขาต้องนึกถึงมัน...  เสียงกรีดร้องของตัวเองยังคงอยู่ในความทรงจำ  ร่างกายของมินโฮราวกับ

ถูกปีศาจครอบงำจนไม่ว่าเขาจะร้องขอกี่ครั้ง มินโฮก็ไม่ยอมหยุด

    "ฮือ..."

    "เรื่อง... ก่อนที่...เอ่อก่อนที่คีย์จะตื่น  จำไม่ได้เลยเหรอ"

    วิคตอเรียขยับออกห่างเล็กน้อย  เมื่อคนบนเตียงสะอื้นจนตัวโยน  คีย์เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ  หัวใจสะท้าน คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ

    "คีย์เมา แล้ว... "

    หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ  คีย์ได้ยินประโยคที่ตามออกมาแล้วก็แทบกรีดร้องออกมา

    "ไม่จริง..ไม่ใช่"

    "มันอาจยากที่จะยอมรับนะคีย์... ตอนนั้นคีย์เมามาก แต่คีย์ไม่คิดเหรอ  ว่าอยู่ๆมินโฮจะนึกอยากทำอะไรแบบนี้ก็ทำได้เลย  โอเคนะ ที่มินโฮเป็นคนใจร้อน  แต่ในสภาพอย่างนั้น ถ้าคีย์ไม่ได้... ใช้คำว่าอะไรดีล่ะ ยั่วยวน อืม ยั่วยวนมินโฮ

 คือเข้าใจนะว่าตอนนั้นคีย์ไม่ได้สติ แล้วมินโฮเองก็เมาเหมือนกัน คือ...ฉันจะพูดยังไงดีเนี่ย  เอาเป็นว่าในฐานะที่ฉันเป็นคนรับรู้เรื่องราวตั้งแต่ต้น  ฉันเองก็ไม่อยากให้คีย์เข้าใจมินโฮผิดฝ่ายเดียวน่ะ"

    วิคตอเรียมองคนที่อยู่ข้างหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ  การรับรู้ความจริงบางสิ่งก็น่ากลัวเกินกว่าที่จะรับได้... โดยเฉพาะความจริงที่มันออกจะน่ากลัวกับความรู้สึกเช่นนี้

    "คีย์น่ะเหรอ ...จะ..ชะ   เชิญชวน  คีย์จะยั่วมินโฮ"

    สิ่งที่ได้รับรู้จากปากของวิคตอเรีย ราวกับเหล็กหนักๆที่ทับถมให้หัวใจของคีย์จมดินลงไป  ความจริง... ตอนที่เขาไม่รู้สึกตัว

    ...แต่ทำไมเขาถึงจำไม่ได้เลยสักนิด

    "มันเป็นความจริงนะคีย์... คีย์อาจจะไม่รู้ตัว  แต่ว่าเมื่อคืนคีย์เมามาก  วิคเดาว่าคีย์คงไม่เคยกินเหล้ามาก่อนใช่ไหม"

    "เอ่อ..ก็ใช่ แต่ ไม่ไม่ทาง   คีย์ไม่ได้ทำอย่างนั้นแน่ๆ"

    แม้ว่าจะปฏิเสธเสียงแข็ง  แต่ในใจของคีย์กลับครุ่นคิดอย่างหนักเกี่ยวกับสิ่งที่วิคตอเรียบอกออกมา  ถูกที่เขาไม่เคยกินเหล้า  แต่... เขาไม่เคยคิดที่จะทำแบบนั้นกับมินโฮ คีย์ไม่มีวันคิดที่จะทำแบบนั้นอย่างแน่นอน

    "คีย์..."

    "ไม่ใช่น่ะ  คีย์ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ๆ  แม้แต่จะคิด คีย์ก็ไม่เคย  เราเป็นพี่น้องกันนะวิค  มินโฮกับคีย์เป็นพี่น้องกัน"

    "แต่ก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆไม่ใช่เหรอคีย์"

    เสียงอ่อนหวานเอ่ยพร้อมกับมือเล็กเรียวที่วางบนผ้าห่มที่อยู่บนตัวของเขา  สีหน้าบ่งบอกถึงความเข้าใจกับความสับสนในใจ คีย์ต้องก้มหน้าลงอีกครั้ง  พยายามกลั้นเสียงสะอื้นให้ดังออกมาเงียบๆ

    "คีย์รักมินโฮไหม??"

    "มัน...มัน  เราเป็นพี่น้องกันนะ  คีย์ไม่มีวันคิดแบบนั้นกับมินโฮหรอก  คีย์..."
   
    เพียงแค่ประโยคเดียวแท้ๆ  แต่ราวกับดึงดูดสิ่งต่างๆให้พุ่งเข้ามาในใจของคีย์มากมายเสียจนรู้สึกหนักอึ้ง  คีย์ตอบตะกุกตะกัก

    "คีย์กลัวใช่ไหม... คีย์กลัว  คีย์ก็เลยพยายามใช้คำว่าพี่น้องเอามาปิดกั้นความสัมพันธ์ของคีย์แบบนี้ รู้ไหมว่า คีย์กำลังทำร้ายทั้งตัวเองแล้วก็มินโฮอยู่นะ"

    "มันไม่ใช่นะ...  คีย์...."
   
    "ถ้าคีย์กับมินโฮไม่ใช่พี่น้องกัน  เป็นแค่คนข้างบ้าน หรืออะไรก็แล้วแต่ล่ะ.... คีย์จะยอมรับมันง่ายกว่านี้ไหม"

    แม้พยายามกลั่นกรองคำพูดขนาดไหน  แต่คีย์ก็รู้สึกสับสนจนไม่สามารถเอามันออกมาได้  คำพูดล่าสุดของวิคตอเรียทำให้เขารู้สึกราวกับหลงทางอยู่ในเขาวงกต

    "แต่ในความเป็นจริงแล้ว คีย์กับมินโฮ..."

    "ถ้าสมมติ  สมมติล่ะคีย์  สมมติว่าคีย์กับมินโฮไม่ใช่พี่น้องกัน  คีย์จะยอมรับมันได้มากกว่านี้ไหม"

    "...."

    "คีย์ฟังนะ  มินโฮ  สมัยที่ไปอเมริกาน่ะ  ไม่มีวันไหนที่เขาจะไม่พูดถึงพี่ชายของเขาเลย  มินโฮเอง  ก็เคยสับสนเหมือนคียนี่แหละ  เขาไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่มีกับ 'พี่ชาย' ของเขาคืออะไร...  มินโฮเคยกินเหล้าเมา  แล้วก็เพ้อถึงคีย์ตลอดเลย ทั้งๆที่พยายามปฏิเสธตัวเองว่า  มินโฮเป็นน้องของคีย์  เป็นลูกของพ่อ  คีย์อาจจะไม่รู้...ว่าเหตุผลที่มินโฮตัดสินใจแยกที่เรียนกับคีย์ แล้วก็หนีไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกา มันก็เพราะว่ามินโฮลำบากใจกับความรู้สึกที่มีต่อคีย์"

    วิคตอเรียเอ่ยพร้อมกับตบที่มือของคีย์เบาๆอย่างให้กำลังใจ

    "วิคจะไม่บอกหรอกว่ามินโฮรู้สึกยังไงกับคีย์  วิคอยากให้เจ้าตัวมาบอกคีย์มากกว่า แต่วิคคิดว่าคีย์ก็น่าจะรู้แล้วนะว่าตอนนี้มินโฮรู้สึกยังไง  แล้ววิคก็เชื่อว่าลึกๆในใจของคีย์เอง  ก็ไม่ได้เกลียดมินโฮหรอกใช่ไหม  วิครู้นะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันอาจจะทำให้คีย์รู้สึกแย่  แต่ถ้ามองในมุมกลับ  การที่ต้องข่มขืนคนที่รักทั้งๆที่ยังไม่ได้สติอ่ะ  มันก็คงเจ็บปวดไม่แพ้กัน  วิคอยากให้คีย์ลองคิดสักนิดว่า  มินโฮทนมานานแค่ไหนแล้ว ทำไมกะอิแค่คีย์เมาไม่ได้สติแค่นี้  เขาถึงทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นไป  การถูกคนที่รักเชิญชวนมันก็น่าลำบากใจอยู่หรอกนะ  มินโฮเขาก็เป็นผู้ชายแข็งแรงคนนึง การต้องทนเห็นคนรักทำแบบนั้น...มันก็อดไม่ได้ที่จะ... คีย์เข้าใจใช่ไหม"

    "...ฮึก"

    "วิครู้ ว่าคีย์กำลังสับสน  แต่วิคเชื่อนะ ว่าความรู้สึกลึกๆของคีย์ที่มีให้กับมินโฮมันมากกว่านั้น  คีย์ถึงได้ทำแบบเมื่อวานออกไป"

    "คีย์ไม่ได้ทำ!!!"

    วิคตอเรียถอนใจกับเสียงแข็งและน้ำตาที่ไหลอยู่บนใบหน้าของคีย์

    เธอเข้าใจดีว่าความสับสนและความวุ่นวายในใจของคีย์ตอนนี้เป็นเช่นไร  เพราะเคยเห็นตัวอย่างจากเพื่อนสนิทของตัวเองมาแล้ว

    "เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วนะ วิคไม่อยากจะย้ำว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร  แต่อยากให้คิดดีๆ  ว่าคีย์รู้สึกกับมินโฮยังไง  รัก..ไหม   วิคเชื่อว่าถ้าคีย์ได้คำตอบ คีย์จะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน  ขอโทษนะที่เข้ามาวุ่นวาย... อ้อ  เรื่องของวิคกับมินโฮน่ะ มันไม่มีอะไรมากกว่าคำว่าเพื่อนหรอกนะ  อย่าเข้าใจผิดล่ะ...วิคเองก็มีแฟนแล้วด้วย"








    วิคตอเรียตัดสินใจเดินออกไปจากห้องและทิ้งให้คีย์คร่ำครวญสิ่งต่างๆภายใน ห้องคนเดียว  เรียวขาสวยพาร่างสมส่วนบอบบางเดินตรงไปยังห้องส่วนตัวของตัวเอง  ทันทีที่เปิดประตู  เธอก็พบกับร่างสูงที่นั่งจิบน้ำชายามเช้าอย่างสบายใจ

อยู่

    "ช่วยได้แค่นี้นะ...."

    "ขอบใจ"

    "มินโฮ.. ฉันอยากพูดอะไรกับนายหน่อยหน่อยได้ไหม"

    "...  ได้สิ"

    "ที่ฉันเห็นตอนนี้ พี่ชายนายน่ะ... อ่อนแอมากไปแล้วนะ  นายต้องการให้คีย์เป็นแบบนี้ต่อไปเหรอ"

    ใบหน้าสวยเคร่งเครียดจนมินโฮอดยิ้มให้ไม่ได้  วิคตอเรียเห็นหน้าไร้อารมณ์นั้นแล้วก็ต้องถอนใจอีกรอบ ก่อนเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ข้างกัน

    "ฉันไม่รู้ ว่านายต้องการให้เรื่องมันเป็นยังไงต่อไป  แต่คีย์ตอนนี้  ไม่ใช่คนที่จะมารองรับความเลวร้ายทุกอย่างได้หรอกนะ  ถนอมคีย์หน่อยเถอะ"

    มินโฮยิ้มบางให้เพื่อนสาว  ฝ่ามือวางบนผมนุ่มสลวยอย่างเบามือ

    "อืม"

    "มินโฮ...  นายคงไม่ได้ตั้งใจให้คีย์อ่อนแอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆหรอกใช่ไหม "

    "คิดว่ายังไงล่ะ"

    "
อย่ากวนได้ไหมล่ะ   นายน่ะ มันก็เป็นแบบนี้อยู่เรื่อย  อยากได้อะไรก็ต้องได้  ต้องการอะไรก็จะเอามันมาเป็นของตัวเองเท่านั้น  กระหายชัยชนะไม่มีที่สิ้นสุด"

    "ฉันเป็นงั้นเหรอ??"

    "....ใช่"

    ขนาดเป็นเพื่อนกันมาหลายปี  วิคตอเรียยังรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับรอยยิ้มและดวงตาที่ลึกจนไม่สามารถหยั่งถึงได้ของมินโฮเลยสักนิด

    "อย่ามาทำให้ฉันรู้สึกผิดนะที่ส่งเนื้อเข้าปากเสือแบบนายน่ะมินโฮ ฉันสงสารคีย์"

    "สงสารอะไรเหรอ"

    "เฮ้อ....มินโฮ!  ฉันควรจะเข้าข้างนายต่อไปดีหรือเปล่านะ  ...ข่มขืนคีย์ยังไม่พอ   เออ โอเค ฉันเป็นคนมอมเหล้าคีย์ แล้วตอนนี้ฉันก็ต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของการหลอกคีย์ด้วย  ไอ้การหลอกให้คีย์รู้สึกผิดอีกอีกรอบ  ให้คีย์คิดว่าตัวเองเป็นคนเริ่มต้น แล้วก็เป็นคนผิดแทนที่จะเป็นนาย แบบนี้มันก็ไม่เกินไปหน่อยเหรอ  ฉันยิ่งเห็นพี่ชายนายแล้วฉันยิ่งสงสารนะ "

    "เอาน่า...โปโรเรีย  อย่าคิดมากสิ"

    มินโฮเอ่ยเสียงเรียบเรียกชื่อที่รู้จักกันดีในกลุ่ม แววตายังไม่ทิ้งรอยยิ้มพรายอย่างสบายใจ จนวิคตอเรียต้องถอนหายใจออกมาแรงๆอีกหนึ่งครั้ง

    "นายนี่มันตัวร้ายชัดๆ  ฉันเข้าใจเลยว่าทำไมคีย์ถึงไม่ทันคน แล้วก็อ่อนแอแบบนี้"

    "ทำไมเหรอ"

    วิคตอเรียถอนหายใจอีกครั้งอย่างเหนื่อยใจ   ถูกที่เธอเคยหลงเสน่ห์ผู้ชายตรงหน้า  เพราะนอกจากหน้าตาที่เพอร์เฟ็คไปเสียทุกอย่างแล้ว  บุคลิก ความคิด ความฉลาด หรือแม้กระทั่งฐานะทางบ้านที่เรียกได้ว่าไม่แย่เลย ก็ทำให้มินโฮกลายเป็นบุคคลที่ต้องจับตาและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย   
   
    แต่ตอนนี้เธอต้องสัญญากับตัวเองว่า ต่อให้เหลือผู้ชายคนเดียวในโลก เธอก็ไม่มีวันเลือกคบกับมินโฮแน่ๆ  ให้เป็นเพื่อนคงง่ายกว่าการเป็นแฟน หรือคนรัก

    เพราะอะไรน่ะเหรอ... ก็ไอ้ท่าทางที่ราวกับรู้ทันคนทั้งโลก  แล้วก็สายตาที่บ่งบอกว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่นนี่สิที่มีปัญหา  ไม่นับรวมความคิดลึกล้ำที๋ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มและดวงตาคมนั่นอีก

    ซ่อนตัวเองไว้ภายใต้กระดองเปลือกหนา  ขดตัวเหมือนหนอนตัวเล็กที่ไม่มีพิษมีภัย ทว่าภายในกลับซ่อนพิษร้ายแรงเอาไว้มากมาย

    ไม่แปลกเลย  ที่คีย์จะกลายเป็นคนอ่อนแอไม่ทันโลกแบบนี้

    "นายตั้งใจจะทำอะไรน่ะมินโฮ...บอกฉันได้ไหม"

    "วิคตอเรีย..."

    เสียงทุ้มเอ่ยก่อนลุกยืนขึ้น  จนเจ้าของห้องเงยหน้ามองอย่างสงสัย

    "คีย์  เป็นทุกอย่างของฉันนะ  ต่อให้เกิดอะไรขึ้น ฉันก็ไม่มีวันปล่อยมือจากคีย์ไป...  แล้วก็จะไม่มีวันที่จะยอมให้ใครมาคว้ามือคีย์ไปได้หรอก"

    "หมายความว่ายังไง"

    "ที่เธอถาม ว่าฉันต้องการจะทำอะไร...  จะตอบให้ก็ได้นะ"

    วิคตอเรียมองแผ่นหลังกว้างที่ขยับห่างออกไปก่อนเบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่ดังขึ้น









    คีย์นั่งครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังในห้องจนกระทั่งประตูห้องเปิดออก  ไม่ทันที่ร่างสูงที่ถือจานข้าวต้มร้อนๆจะขยับเข้ามาถึงกลางห้อง คีย์ก็กระถดกายไปชิดกับด้านริมสุดของเตียงและขยับผ้าห่มให้แนบเข้ากับร่าง กาย

    "หิวหรือยัง..."

    เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน  ทว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆจากผู้ที่อยู่บนเตียง  จนเสียงถอนหายใจดังพร้อมกับเสียงวางจานบนโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงมากนัก

    "ถ้าหิวก็บอกนะ เดี๋ยวมินโฮช่วย..."

    "..."

    "คีย์..."

    "อย่าเข้ามา..."

    เสียงแหบพร่าเพราะพิษไข้เอ่ยอย่างหวาดกลัวขณะที่มินโฮเดินมาทรุดนั่งลงที่ เตียง  และขยับมาเข้ามาใกล้มาขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคีย์ไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก  มือข้างหนึ่งเอื้อมมาจับที่ข้อมือบอบบาง

    "อ๊ะ!! ไม่นะ.."

    แม้จะใช้แรงทั้งหมดที่มี  แต่ร่างกายบอบบางก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขยับหนีไปไหนมากนัก  โดยเฉพาะเมื่อมือแกร่งยังคงจับที่มือของเขาอยู่  คีย์หันหน้าหนีและนอนตัวแข็ง ขณะที่มินโฮได้แต่ถอนใจ

    "ขอโทษ..."

    ปลายนิ้วเรียวส่งไปสัมผัสกับแก้มขาวเนียนอย่างนุ่มนวล  แต่ฝันร้ายเมื่อคืนยังคงติดอยู่ในความทรงจำ  สิ่งที่คีย์ทำก็คือการเกร็ง และปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา

    ยิ่งใกล้  คีย์ก็ยิ่งรู้สึกถึงสัมผัสรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อคืน  ยิ่งใกล้  ยิ่งได้กลิ่นกาย ยิ่งได้สัมผัสกับไอร้อนที่ออกมาจากร่างกายใหญ่โต ก็ราวกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขาจนกระทั่งตื่น  คีย์ยกมือขึ้นดันอกกว้างด้วยร่างกายที่สั่นเทา

    กลัว...

    เขากลัวมินโฮ

    "ฮืออ..."

    "คีย์..."

    "พอแล้ว.. ไม่นะ มินโฮ"

    คีย์ขยับกายจนไปติดกับหัวเตียง  น้ำตาไหลพรากออกมาพร้อมกับที่สั่นทั้งตัว  ร่างกายสูงใหญ่ขยับเข้าใกล้ ก่อนที่สองมือจะจับที่บ่าเล็กไว้อย่างมั่นคง และก้มลงมา

    "อย่าทำคีย์เลย...อย่า.."

    ลมหายใจของคีย์ขาดห้วง เมื่อใบหน้าของมินโฮขยับเข้าใกล้จนกระทั่งริมฝีปากประทับลงกับกลีบปากบาง  คีย์สะอื้นรุนแรงอย่างเสียขวัญจนกระทั่งมินโฮขยับไปซุกกับไหล่พร้อมถอน หายใจ  อ้อมกอดใหญ่โตกอดกระชับคนตัวเล็กกว่าเข้ามาไว้ในอกอย่างแน่นหนา

    "ขอโทษ..."

    "ฮืออ..ฮืออ"

    คีย์ร้องไห้ หอบหายใจจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว  เสียงร้องไห้ทำให้มินโฮกอดอีกฝ่ายไว้แน่นกว่าเดิม

    "ขอโทษ...อย่าร้องไห้นะครับ  ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว  มินโฮขอโทษ"

    "ไม่ทำแล้วนะ...ไม่ทำแล้ว คีย์กลัว"

    "ครับ...จะไม่ทำให้คีย์กลัวอีกแล้ว"

    เสียงสะอื่นหนักดังจากร่างในอ้อมแขน  พร้อมแรงผลักไม่แรงนัก  มินโฮค่อยๆคลายอ้อมกอด  แต่ยังไม่ยอมให้ร่างกายเล็กเป็นอิสระไปทั้งหมด  มือทั้งสองจึงจับไว้ที่ไหล่บางและมองดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำสีใสที่พรั่ง พรูออกมาไม่หยุด
   
    "ขอโทษสำหรับทุกอย่าง"

    มินโฮกอดร่างบอบบางอีกครั้ง และซุกหน้าลงกับไหล่บอบบาง อ้อมกอดสั่นไหวทำให้คีย์รู้สึกราวกับมีคมมีดมากรีดที่หัวใจ  เสียงแหบพร่าของมินโฮทำให้เขาเจ็บปวดอย่างที่ไม่เข้าใจตัวเอง

    "ถ้าหากคีย์ไม่อยากให้มินโฮยุ่งวุ่นวายอีก  มินโฮก็จะไม่ยุ่งอย่างที่คีย์ต้องการ ...แต่ตอนนี้ ขอมินโฮกอดคีย์อีกครั้งนะครับ"

    "มินโฮ..."

    "มินโฮรักคีย์นะ ขอกอดคีย์ไว้สักพัก.. แล้วมินโฮก็จะถอยไปอย่างที่คีย์ต้องการ"










    "ที่เธอถาม ว่าฉันต้องการจะทำอะไร...  จะตอบให้ก็ได้นะ"

    เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้ของมินโฮ   ดวงตาสีนิลของวิคตอเรียเบิกขึ้น

    "ฉันจะทำให้คีย์รู้สึกว่า... คีย์อยู่ไม่ได้โดยไม่มีฉัน"



   



    วิคตอเรียนั่งโดดเดี่ยวอยู่ในห้องก่อนหยิบรูปหมู่ที่เคยถ่ายกับมินโฮเมื่อ ไม่นานมานี้ขึ้นมาดู  นิ้วเรียวแตะไปที่เจ้าของร่างกายสูงใหญ่และเอ่ยพึมพำกับตัวเองอย่างเหนื่อย ใจ.

    ..ผู้ชายอะไร เอาแต่ใจตัวเองชะมัด
   
    "ฉันกลัวนายจริงๆนะ ชเว มินโฮ"























TBC.

credit: onpic (จำไม่ได้ แหะๆๆ)

[SF]Happy New Year >____<

posted on 01 Jan 2010 19:50 by y-prand  in SF


Happy New Year









ฉันความจำเสื่อม ไม่เคยจำว่าเธอนั้นเคยได้ทำร้ายใจ

ไม่เคยจำว่าเธอนั้นเคยทำให้ช้ำสักเท่าไหร่

หมดน้ำตาไปแค่ไหน

หากมันรั้งให้เธอไม่ไปจากฉันได้ ฉันยอม







    ปีใหม่  คือการเริ่มต้นสิ่งใหม่

    ใช่...คีย์กำลังทำเช่นนั้น

    เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ  และลบเลือนเรื่องราวเก่าๆ

    ลบเลือนหัวใจตัวเอง

    เขารู้ ว่ามันยาก....

 



   




    "คีย์..."

    "หือ"

    "เรามาจูบกันไหม??"


 

 

 

 

 

แต่สักวัน...เขาคงลืมมันได้












    หิมะที่โปรยปรายลงมาไม่ทำให้ไออุ่นจากร่างกายคนที่อยู่ข้างๆหายไปเลยแม้แต่องศาเดียว  สองร่างนั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาตัวโตในร้านกาแฟเจ้าประจำอย่างเงียบเชียบเหมือนเช่นเคย  เงียบจนกระทั่งคีย์ตัดสินใจลุกขึ้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันมาคว้ามือเรียวไว้

    "ไปไหน.."

    "กลับบ้าน"

    "ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"

    "ก็ไม่ทำเองนี่"

    คีย์หันมาทำหน้าเบื่อๆใส่และถอนหายใจจนควันสีขาวลอยออกมา  มือใหญ่ดึงข้อมือเล็กไม่เบานักจนคีย์เซถลาลงมาอยู่บนโซฟาหนาอีกครั้งพร้อมกับสัมผัสร้อนที่ประทับบนริมฝีปาก   คีย์ลงมานั่งชันเข่าอยู่เบาะหนังสีน้ำตาลระหว่างขาใหญ่ ก่อนก้มใบหน้าลงตอบรับกับจุมพิตเร่าร้อนอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน  แขนเรียวคล้องที่ต้นคอไว้อย่างแน่นหนา  เรียวลิ้นร้อนรุกไล่ฉกฉวยเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก จนคีย์ส่งเสียงครางสะท้านในลำคอ และตอบโต้กลับอย่างคุ้นเคย

    "ไม่กลับได้ไหม"

    "จะให้อยู่ทำไมล่ะ...อยู่เพื่ออะไร."

    ริมฝีปากที่จูบเลื่อนไปจนทั่ว หยุดลงที่ต้นคอ  เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากคีย์

    "ก็.."

    "เอางี้  ถ้ากลัวเหงา เดี๋ยวชั้นจะรอจนกว่าพี่ดงเฮเข้ามาก็ได้นะ  หรือบางที นายอาจจะอยากรออยู่คนเดียว"

    "...อย่าพูดอย่างนั้นได้ไหม"

    "ฉันพูดความจริง...ผิดเหรอ  พี่ดงเฮไปอยู่เมืองนอกซะนาน นายคงคิดถึงสินะ"

    คีย์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม  ก่อนหยิบยื่นจูบร้อนแรงให้อีกครั้งจนมินโฮรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมลงที่ตกอยู่ในเส้นใยเหนียวแน่นของแมงมุมเสน่หาตัวใหญ่ที่คอยจะชักใยพันไม่ให้เขาหลุดหายไปอย่างง่ายๆ  กลีบปากโต้ตอบและสนองความปรารถนาที่เขาหยิบยื่นให้เป็นอย่างดี   ดีจนกระทั่งเขารู้สึกใจหาย เมื่อรู้สึกถึงรอยอุ่นจากน้ำใสๆที่ไหลออกจากหางตาของคนตรงหน้า

    "คีย์..."

    "แฟนนายกลับมาทั้งที...คริสต์มาสแบบนี้  นายจะให้ตัวคั่นเวลาอย่างฉันไปอยู่ที่ไหนล่ะ"


   









ฉันความจำสั้น ไม่เคยจำถ้อยคำที่เธอเคยตัดพ้อยังไง

ไม่เคยจะจำที่เธอนั้นทำให้ร่ำร้องจะเป็นจะตาย

ฉันจำไม่ได้ ที่ยังทนโง่งมมากมายก็เพราะฉัน

มันรักเธอเพียงคนเดียว










   

    อากาศในเดือนธันวาคมที่แสนเหน็บหนาวยิ่งสร้างความเยือกเย็นให้หัวใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม คีย์ซ่อนตัวอยู่หลังโซฟาตัวโตอย่างเงียบเชียบขณะที่มินโฮก้าวออกไปพบกับอีกคน  แม้จะรู้อยู่แก่ใจ  ว่ามินโฮไปทำอะไร  แต่เขาก็ยังรออยู่ตรงนี้  ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าในอีกฝั่งประตู มินโฮกับใครคนนั้นจะอยู่ด้วยกัน แต่เขาก็ยังรอ

    "รอนะ...เดี๋ยวจะกลับมา ถ้าส่งพี่ดงเฮกลับไปแล้ว  จะกลับมา"

    เพราะมินโฮขอร้อง....ขอให้เขารออยู่ที่นี่

    เขาก็เลยทำตามแต่โดยดี

    สุดท้าย คีย์ก็อดสมเพชตัวเองไม่ได้
   
    ทั้งๆที่รู้ว่าถ้าทำแบบนี้ก็ต้องเจ็บเจียนตาย   ทั้งๆที่รู้ว่าต่อให้ทำยังไงความรู้สึกเหล่านี้ก็เสียเปล่า

    แต่เขาก็ยอม

    ....ยอมที่จะมานั่งเสียใจอยู่คนเดียว

    มือบางเอื้อมไปสัมผัสกับกระจกใสที่เต็มไปด้วยหมอกผ้าจากไอเย็น   ปลายนิ้วเรียวลากไล่เป็นตัวอักษรอย่างเลื่อนลอย

    รัก...

    มินโฮ

    ต่อให้ปลายนิ้วตอกย้ำสักกี่ครั้ง และชัดเจนเพียงใด   เพียงไม่นาน ไอหมอกพร่ามัวก็เข้าปกคลุมร่องรอยตัวอักษรทั้งหมดจนเหลือเพียงฝ้าขาวเหมือนเช่นเดิม

    "หนาวขนาดนี้เชียวเหรอนี่"

    อาจจะหนาวเกินไป...หนาวจนสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ

    คีย์หัวเราะเยาะตัวเองทั้งน้ำตา

    ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่เคยชัดเจน   เช่นเดียวกับกระจกที่เต็มไปด้วยฝ้าจากไอหนาว .... ต่อให้เช็ดออกเท่าไร  สุดท้ายความหนาวเย็นก็จะทำให้มันกลับมาพร่ามัวอีกเช่นเคย

    แต่คงเพราะเขาโง่เกินไป  ก็เลยไม่เคยเข็ดสักที

    ไม่เข็ดกับการพยายามเขียนคำว่ารักลงบนกระจกที่พร่ามัวครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อที่จะถูกลบเลือนด้วยความเหน็บหนาวและแทนที่ด้วยความเจ็บปวดในใจ

    ถ้าหากคำว่ารักของเขาเป็นคมมีด

    บัดนี้หัวใจของเขาคงเละเทะไม่มีชิ้นดี
   










อาจจะดูไม่ดีนัก ที่ตัวฉันเป็นอย่างนี้

อาจจะดูไม่เข้าที ที่ยอมให้เธอทำร้าย

แต่ถ้าลองมาเป็นฉัน มีแค่เพียงหนึ่งเหตุผลที่ง่ายดาย

คือรักเธอ เกินกว่าใจของตัวเอง











    หากถามว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่
  คีย์คงตอบไม่ได้  เพราะกว่าที่เขาจะรู้เหตุผลว่าทำไมเขาจึงเอาแต่เฝ้ามองเพื่อนของตัวเองด้วยสายตาที่แปลกไปจากเดิมนั้น มันก็นานมาแล้ว  แต่คงจะง่ายกว่า ถ้าถามว่าทุกอย่างมันเริ่มต้นเมื่อไหร่
   
    เริ่มต้นความสัมพันธ์ผิดๆแบบนี้กับคนที่เพื่อนสนิท

    เพื่อนสนิทที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วด้วยซ้ำ








ฉันความจำเสื่อม ไม่เคยจำเรื่องวันที่เรานั้นไม่เข้าใจ

ไม่เคยจะคิดว่าเราสองคนนั้นต้องแยกกันไป เข้ากันไม่ได้








    "คีย์ชอบเราเหรอ"

    "เอ๊ะ"

    เขาสะดุ้งเฮือก  สายตาจริงจังที่มองมาตรงหน้า ทำให้คีย์ต้องหลบตาไปมองที่อื่น

    "พูดเรื่องอะไรน่ะ"

    "ขอโทษ  พูดเล่นเฉยๆ  ไปก่อนนะ  ไปส่งพี่ดงเฮก่อน"

    รอยยิ้มที่มีให้กันพร้อมกับแผ่นหลังกว้างที่เขาจับจ้องจนกระทั่งลับหายไปในมุมตึกทำให้คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่  อดหวังอยู่ลึกๆในใจไม่ได้  ว่าความรู้สึกของเขาจะได้รับการตอบรับ...

    แต่คิดไปแล้ว   ต่อให้มินโฮรับรู้ความรู้สึกในใจเขา  มันจะไปมีประโยชน์อะไร....

    ก็ในเมื่อมินโฮมีแฟนอยู่แล้วทั้งคนนี่นา










มีแต่ความทรงจำสุดท้ายก็คือฉัน

มันรักเธอเพียงคนเดียว











    "ทะเลาะกันเหรอ??"

    สายตาที่มองทอดมาที่เขาดูว่างเปล่าจนคีย์ตกใจ 
เส้นผมที่เปียกปอนเรียบลู่ลงบนใบหน้าปิดบังครึ่งหน้าเอาไว้  คีย์ยืดตัวและวางผ้าขนหนูลงเพื่อบรรจงเช็ดหยดน้ำให้หายไปจากเส้นผม   อยู่ๆมินโฮก็เดินตากฝนเปียกปอนไปทั้งตัวเข้ามากดกริ่งที่บ้านเขา   ไม่มีคำอธิบายใดๆที่จะบอกเขาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น  ยกเว้นแต่เพียงมือใหญ่ที่คว้าข้อมือเขาไว้ให้นั่งลงเคียงข้าง

    "ห่างกันเกินไปหรือเปล่านะ..."

    "...."

    "คุยกันทีไร ก็ทะเลาะกันทุกที"

    "เหรอ..."

    ยิ่งได้ยิน  หัวใจก็ยิ่งบีบรัดจนอึดอัด  บางทีมินโฮอาจจะไม่รู้ความรู้สึกของเขาอย่างที่เคยคิดไว้ก็ได้...

    คีย์คิดในใจอย่างเจ็บปวด

    เหมือนกระจกใสๆที่สามารถมองทะลุให้เห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน  แต่กลับกั้นเอาเสียงเรียกร้องในใจที่เขามีต่อคนที่อยู่อีกด้านเอาไว้จนมิดชิด

    "คีย์..."

    "หือ"

    "เรามาจูบกันไหม??"

    เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้คีย์หันกลับไปมองด้วยสายตางงงวย  ดวงตาคมไม่มีอะไรสิ่งใดเลยที่จะบอกเขาว่าคนตรงหน้าคิดอย่างไรถึงพูดออกมาอย่างนั้น 

    "เป็นอะไรไป"

    "ไม่รู้สิ...ขอโทษนะ   ลืมมันไปซะเถอะ"

    ความเงียบโรยตัวลงมากลางช่องว่างระหว่างคนสองคน  ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักไม่ยอมหยุดและแรงลมภายนอกหน้าต่าง ทำให้อากาศเริ่มลดลงเรื่อยจนรู้สึกถึงอาการสั่นเทาของร่างกายคนข้างๆ

    "หนาวเหรอ  เดี๋ยวไปเอาผ้าห่มมาให้นะ"

    เขาลุกขึ้นเพื่อที่จะไปทำตามสิ่งที่บอก  หากแรงยึดข้อมือเขาไว้อย่างแน่นหนา  พร้อมสายตาที่จริงจังที่มองตรงมากลับทำให้คีย์รู้สึเหมือนแข็งไปทั้งตัว

    "ขอจูบ...จูบคีย์ได้ไหม"

    ยิ่งไม่มีคำปฏิเสธ  ก็เหมือนกับเป็นสัญญาณตอบรับที่ทำให้ร่างสูงยืนขึ้นเพื่อทำในสิ่งที่ตนต้องการ

    เพียงแค่เริ่มต้น...คีย์ก็รู้สึกเบาหวิวราวกับลอยอยู่บนเมฆนุ่ม  หัวใจติดปีกโบยบินเมื่อริมฝีปากอุ่นประทับลงมา  หยอกเย้า  ล้อหลอก  แต่แฝงไปด้วยความจริงจังในทุกสัมผัส 

    จูบครั้งแรก คือน้ำผึ้งแสนหวาน  ที่หลอกให้คีย์หลงใหลวนเวียนติดกับจุมพิตนั้นจนออกมาไม่ได้

    ยิ่งจูบ ยิ่งโหยหา   ยิ่งไม่สามารถถอนตัวออกมาได้

    "คีย์  จูบ...อีกได้ไหม"

    เมื่อมีครั้งแรก  ก็ย่อมมีครั้งที่สอง  ครั้งที่สาม...

    และไม่มีที่สิ้นสุด

    ครั้งแล้ว ครั้งเล่า  กับการเผลอตัวเผลอใจยอมรับ

    พอได้จูบอีกครั้ง  ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยรู้สึก ก็พลันหายไป

    สมองโล่ง  โปร่งเบา  เหลือแต่สายตา และน้ำเสียงที่คลอเคลียอยู่ข้างหู

    แค่จูบ...และมินโฮ

    ก็ทำให้เขาจงใจที่จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไป

    ลืมว่าอยู่ในฐานะอะไร  

    ลืมไปว่า คนตรงหน้า...มีใครอยู่แล้ว

    แล้วก็ลืมไปว่า  นี่ไม่ใช่จูบสำหรับเขาเพียงคนเดียว







   
อาจจะดูไม่ดีนัก ที่ตัวฉันเป็นอย่างนี้

อาจจะดูไม่เข้าที ที่ยอมให้เธอทำร้าย

แต่ถ้าลองมาเป็นฉัน มีแค่เพียงหนึ่งเหตุผลที่ง่ายดาย

คือรักเธอ เกินกว่าใจของตัวเอง









    ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าไม่ใช่ครั้งแรก  หากบ่อยครั้งจนเขาควรจะรู้สึกชินชากับมันได้แล้ว  ริมฝีปากที่เขาคุ้นเคยกำลังประทับลงบนริมฝีปากของผู้เป็นเจ้าของมันอย่างแท้จริง 

    ทั้งๆที่ควรจะชิน   แต่กลับห้ามไม่ให้หัวใจต้องเจ็บไม่ได้

    คีย์รู้ตัว...รู้อยู่แก่ใจ 

    รู้ว่าเขาไม่มีสิทธิ  ทั้งในจูบนั้น  หรืแม้กระทั่งมินโฮเขาก็ไม่มี

    ความจริงแล้ว  แม้แต่สิทธิที่จะเสียใจ 

    เขาก็ไม่ควรจะมีด้วยซ้ำ

    "ขอโทษ...  คีย์แค่จะมาลา  ไปก่อนนะ Merry Christmas  แล้วก็ Happy New Year ล่วงหน้า"

    คีย์รู้เช่นกัน...ว่าสิทธิเดียวที่เขามีอยู่คืออะไร

    สิทธิของตัวประกอบ  ตัวละครคั่นเวลา 

    เมื่อหมดหน้าที่ 

    ก็จากไป....


    "มีความสุขมากๆนะ บาย"


    จากไปพร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำ

    และน้ำตาที่หลั่งออกมาต่อหน้ามินโฮ และเจ้าของจูบนั้น


   



จะให้ทำอย่างไร ถ้าในเมื่อใจฉัน
มันรักเธอเพียงคนเดียว





    ปีใหม่...เริ่มต้นใหม่

    ลาก่อน...ความรัก

    สักวัน  เขาจะลืมมัน









อาจจะดูไม่ดีนัก ที่ตัวฉันเป็นอย่างนี้

อาจจะดูไม่เข้าที ที่ยอมให้เธอทำร้าย

แต่ถ้าลองมาเป็นฉัน มีแค่เพียงหนึ่งเหตุผลที่ง่ายดาย

คือรักเธอ เกินกว่าใจของตัวเอง

อาจจะดูไม่ดีนัก ที่ตัวฉันเป็นอย่างนี้

อาจจะดูไม่เข้าที ที่ยอมให้เธอทำร้าย

หากเธอลองมาเป็นฉัน

ไม่ต้องหาหรอกเหตุผลที่มากมาย

แค่รักเธอมากกว่าใครเท่านั้นเอง















    ปีใหม่...เริ่มต้นใหม่

    ใช่...มินโฮรู้ว่าเขาควรจะเริ่มต้นทุกอย่าง

    ลบเลือนความสัมพันธ์ที่สุดท้ายก็มีแต่จะทำให้เจ็บทุกฝ่าย

    ทั้งเขา  พี่ดงเฮ...และคีย์

    มันไม่ยากเลยสักนิดที่จะทำแบบนั้น

    แต่ทำไมตอนนี้   แค่มองคีย์จากไปทั้งน้ำตา

    หัวใจเขาก็เจ็บปวดจนทนไม่ไหว



    "มีความสุขมากๆนะ  บาย"
   



    เขาจะมีความสุขได้อย่างไร...ถ้าไม่มีคีย์













    "ไม่อยู่งั้นเหรอ...แล้วรู้ไหมว่าคีย์จะไปอยู่ที่ไหน"

    เสียงจากปลายสายไม่ทำให้มินโฮรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม  เสียงทุ้มเอ่ยถามต่ออย่างรวดเร็ว

    "แล้วคีย์ไม่ติดต่อมาเลยหรือไงเล่า โธ่โว้ย!!!!"
   
    มินโฮกระแทกเสียงใส่  ก่อนที่จะทรุดกายลงบนเตียงและขว้างโทรศัพท์ทิ้งอย่างไม่ไยดี เพื่อนหลายสิบรายแล้วที่เขาโทรไปถาม  ไม่มีใครรู้ข่าวคราวของคีย์เลยแม้แต่น้อย  ตั้งแต่วันคริสต์มาส จนกระทั่งถึงวันนี้ก็เกือบห้าวันแล้ว 

    คีย์หายไป...

    หายไปพร้อมกับน้ำตาในวันนั้น

    "มินโฮ  เป็นอะไร"

    ร่างที่เดินเข้ามาในห้องทำให้เขาลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่

    "เปล่าครับ..."

    "...ตั้งแต่วันนั้นก็อารมณ์เสียทุกวัน  นี่น่ะเหรอ ไม่มีอะไร  วันๆก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง  นายจะให้พี่คิดยังไง"

    "ผมเปล่า  ไม่มีอะไรทั้งนั้น"

    ดงเฮก้าวมานั่งลงเคียงข้างและถอนหายใจเช่นเดียวกัน

    "เปลี่ยนไปนะมินโฮ...เปลี่ยนไปมาก"

    ".."

    "เลิกกันไหม..."

    "เอ๊ะ"

    ประโยคที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินกับคนตรงหน้าทำให้มินโฮหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว 

    "ทำไมถึง...เลิกง่ายๆ"

    "ถามตัวเองดีกว่าไหม  ตลอดเวลาที่ผ่านมา  นายคบกับพี่เพราะอะไร"

    "นั่นน่ะสินะ..."

    มินโฮหัวเราะเบา  ...เขาเองก็เกือบลืมไปแล้วว่าคบกับคนที่นั่งเคียงข้างที่เพราะอะไร

    "เด็กคนนั้นชอบนายมากสินะ..."

    มินโฮไม่ตอบ   แต่สายตาทีทอดมองไปยังหิมะที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่างกลับทำให้ดงเฮยิ้มที่มุมปาก

    "สายตานั่น...รู้อะไรไหม  ครั้งแรกที่พี่พบนาย นายก็มองเด็กคนนั้นด้วยสายตาแบบนี้อยู่"

    "หือ..."

    "นายฉลาดนะ  แต่พอถึงเรื่องง่ายๆแบบนี้  ทำไมถึงโง่ขนาดนี้นะ"

    "เรื่องง่ายๆ???"

    "นี่ ชเว มินโฮ  เคยส่องกระจกมองตัวเองบ้างไหม"












   
อาจจะดูไม่ดีนัก ที่ตัวฉันเป็นอย่างนี้

อาจจะดูไม่เข้าที ที่ยอมให้เธอทำร้าย








    ฟ้ามืดสนิทในค่ำคืนของวันที่ 31 ธันวาคม ถูกประดับด้วยพลุสีสวยที่พุ่งขึ้นมาส่องสว่างสีสรรหลากสีในชั่วพริบตา   ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ทีคีย์เอาแต่นั่งมองการแตกกระจายเป็นรูปทรงต่างๆมากมายพร้อมกับถอนหายใจ

    พลุพวกนั้นจางหายไปจากฟ้าอย่างรวดเร็ว 

    แต่ทำไมรอยจูบของมินโฮถึงยังคงอุ่นอยู่ทีริมฝีปากของเขานะ 

    "หาเจอแล้ว"

    อ้อมกอดใหญ่ที่โอบรัดจากด้านหลังทำให้คีย์สะดุ้งสุดตัว  เสียงทุ้มที่คลอเคลียอยู่ข้างหูทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น

    "มินโฮ.."









แต่ถ้าลองมาเป็นฉัน มีแค่เพียงหนึ่งเหตุผลที่ง่ายดาย

คือรักเธอ เกินกว่าใจของตัวเอง







    "ขอโทษ...ที่ไม่เคยรู้ใจตัวเอง"

    เขาไม่เคยคิด  ว่าสิ่งที่ผ่านมา คืออะไร 

    มินโฮโง่เหมือนที่ดงเฮบอกจริงๆ  

    ตลอดสามปีที่ผ่านมา  เขาเอาแต่ปฏิเสธใจตัวเองเสมอ   บอกว่าคีย์เป็นเพื่อน  เป็นเพื่อนสนิท

    จนกระทั่งพี่ดงเฮขอคบกับเขา   จนกระทั่งเขาพบว่าสายตาที่คีย์มองเขานั้น  มันต่างจากเดิมมากแค่ไหน

    สายตาของคนที่รัก...
   
    "เคยส่องกระจกดูตัวเองไหม??"

    เพราะเขามองเห็นแค่คีย์   แต่ไม่เคยมองเห็นตัวเอง

    ไม่เคยส่องกระจกมองหัวใจของตัวเอง

    เขาก็เลยทำตัวงี่เง่าด้วยการเล่นตลกกับหัวใจของตัวเอง

    จูบของคีย์...
   
    กี่ครั้งแล้ว  ที่เขามัวแต่โง่งมว่าที่จูบก็เพราะเหงา

    ที่จูบ  เพราะไม่มีใคร

   
    "ขอโทษ..ที่ปฏิเสธมาตลอด   มินโฮรักคีย์นะ"


    ทั้งๆที่ทุกครั้งที่เขาจูบคีย์   หัวใจของเขาเป็นฝ่ายเรียกร้อง 

    หัวใจ...ที่มีความรักอยู่เต็มเปี่ยม

   






จะให้ทำอย่างไร ถ้าในเมื่อใจฉัน
มันรักเธอเพียงคนเดียว






    คีย์ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา

    ปีใหม่  คือการเริ่มต้นสิ่งใหม่

    ใช่...คีย์กำลังทำเช่นนั้น

    เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ  และลบเลือนเรื่องราวเก่าๆ

    ลบเลือนหัวใจตัวเอง

   

    ปีใหม่...เริ่มต้นใหม่


    "ให้โอกาสมินโฮนะ"







อาจจะดูไม่เข้าที ที่ยอมให้เธอทำร้าย

หากเธอลองมาเป็นฉัน




    คีย์รู้  ว่าถ้าเขาตอบรับ  เขาก็จะเหมือนคนโง่ ที่ยอมให้หัวใจตัวเองเจ็บช้ำครั้งแล้ว ครั้งเล่า

    เพราะเขาทำไม่ได้....เขาลบจูบทั้งหมดที่มินโฮเคยหยิบยื่นให้เขาไม่ได้

    แล้วเขาจะลบความรักทั้งหมดออกไปได้อย่างไร

    ทั้งๆที่เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาเจ็บแค่ไหน

    ทั้งๆที่เสียน้ำตาให้มันมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว


    คนมีความรัก  จะโง่เหมือนเขาทุกคนไหม




ไม่ต้องหาหรอกเหตุผลที่มากมาย

แค่รักเธอมากกว่าใครเท่านั้นเอง




    5  



    .




    4




    .



    ปีใหม่  คือการเริ่มต้นสิ่งใหม่

    ใช่...คีย์กำลังทำเช่นนั้น
   

    เริ่มต้นความรักครั้งใหม่



    "เป็นแฟนกันนะ"
   

    3




    .



    2




    .



    จูบแผ่วเบาประทับลงมาที่ริมฝีปากของคีย์อีกครั้ง  จูบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก


    คีย์รักมินโฮ...

    แค่นั้นก็พอแล้ว 

    สำหรับการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ในปีใหม่


    "อืม"








Happy New Year!!!!!!!!!







The end


My Brother Chapter 4:ขอโทษ

posted on 29 Dec 2009 02:03 by y-prand  in MyBrother


My Brother



Chapter 4 : ขอโทษ

 

 กดCtrl+A นะคะ ^^

 

    กึ่งความฝันกึ่งความจริง คีย์แยกแยะไม่ออกว่าสัมผัสร้อนๆที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายตัวเองคือความฝัน หรือเหตุการณ์จริงกันแน่ สิ่งที่รับรู้ได้ก็คือ เขารู้สึกถึงร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเอง  และร่างกายใหญ่โตที่อยู่บนตัวเขา  คีย์พยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นเพื่อให้รับรู้โลกตรงหน้า  แต่มันก็ช่างลำบากเหลือเกิน  ทั้งอาการปวดตุบๆที่เกิดขึ้นที่ขมับทั้งสองข้างก็ราวกับเหล็กก้อนใหญ่ที่ถ่วงไม่ให้ร่างกายเขาขยับไปไหนได้   ไม่รวมกับข้อมือที่ถูกมัดไว้ด้วยอะไรบางอย่าง

    ...มัด
   
    ความคิดที่แล่นเข้ามาทำให้เขาต้องตกใจ เขาเบิกตาโพลงขึ้น พร้อมๆกับจูบร้อนที่ทาบลงมาปิดริมฝีปากของเขาแน่น  เสียงอู้อี้ในลำคอราวกับจะเป็นการกระตุ้นให้รับการบุกรุกมากกว่าเดิม คีย์ดิ้นพล่านอยู่ในอ้อมแขนใหญ่ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้ามากนัก   แต่สิ่งที่เขารู้จากสัญชาตญาณของตัวเองก็คือ  

    ร่างกายของเขากำลังถูกรุกราน

    "ไม่นะ...ปล่อย"

    เขาดิ้นรน  พยายามบังคับให้ร่างกายตัวเองหลีกหนีสัมผัสแปลกปลอมที่อยู่บนร่างกายของเขา  คีย์ส่งเสียงร้องออกมาเมื่อรู้ว่าไม่สามารถสู้แรงที่มากกว่าได้ 

    "คีย์..."

    แม้สติที่มีจะเล็กน้อยเพียงใด  แต่เสียงที่เขาได้ยินกลับดังชัดเจน และคุ้นเคยเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้ว่าเขาไม่รู้จักมัน

    "มินโฮ...มินโฮ อื้ออ"

    ใช่...มินโฮ  น้องชายของเขา  คีย์พยายามเรียกร้องคำอธิบายที่มากกว่านั้น แต่แรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นในร่างกายทำให้เขาต้องครางออกมาความร้อนจากภายในร่างกายราวกับลาวาร้อนที่ไหลวนอยู่ใต้ผิวโลก เพื่อรอวันระเบิดออกมา  คีย์รู้สึกถึงฝ่ามือหนา และจูบที่อยู่บนผิวกาย 

    "ไม่..ไม่ อย่า"

    เสียงร้องขอแหบพร่า เมื่อรู้สึกสัมผัสที่รวมกันอยู่ที่จุดๆเดียว  ทั้งฝ่ามือและเรียวลิ้นร้อนหยิบยื่นความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวหนักหนาให้กับคีย์อย่างไม่มีคำบอกกล่าว  คีย์พยายามขยับกายออก  แต่สะโพกที่ถูกกดแน่นติดพื้นเตียง และเรียวขาที่ถูกล็อคไม่ให้ไปไหนก็คือพันธนาการที่ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากส่งเสียงร้องไห้ และการร้องขออย่างสิ้นหวัง

    "ไม่..ปล่อย   ได้โปรดเถอะ"

    เขากำลังถูกข่มขืน!!!!

    แต่ร่างกายที่ถูกกระตุ้นและปรนเปรออย่างเชี่ยวชาญไม่ได้รู้สึกย่ำแย่ท่ากับสภาพจิตใจที่เขากำลังเผชิญหน้าเลยสักนิด  ความช่ำชองของเรียวลิ้น และมือที่กอบกุมร่างกายของเขาเอาไว้ทำให้คีย์สะดุ้งเฮือก  กรีดร้องแหบพร่าออกมาเมื่อรับรู้ถึงความปรารถนารุนแรงของส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกายตัวเอง

    "อย่า...มินโฮ ไม่เอาแบบนี้  ไม่นะ"

    "คีย์..."

    "ไม่... มินโฮ ขอร้อง...ไม่!!!!"
   
    ราวกับเสียงร้องขอพร้อมหยาดน้ำตาไม่ถูกส่งผ่านเข้าไปให้คนที่อยู่บนร่างกายของเขาเลยสักนิด   เพราะไม่ว่าจะกรีดร้องดิ้นรนหรือ ร้องไห้ปานขาดใจ  มินโฮก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือออกจากร่างกายของเขา คีย์ร้องสะอื้นสลับกับที่ปล่อยเสียงครางออกมาเมื่อร่างกายไม่ยอมรับฟังการอ้อนวอนใดๆ แรงกระตุ้นสุดท้ายหนักหน่วงถี่เร็วและแรงจนคีย์สะดุ้ง ปลดปล่อยหยาดหยดแห่งความปรารถนาออกมาอย่างที่ไม่สามารถห้ามได้ 

    เสียงหอบครางและลมหายใจหนักจากร่างกายสูงใหญ่ไม่อยู่ในการรับรู้ของคีย์อีกต่อไป  ร่างกายบอบบางนอนหอบหายใจอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่ภายใต้อกกว้าง  คว่ำกายปล่อยน้ำตาให้ไหลทะลักออกมาจนชุ่มพื้นเตียง ไม่มีแรงปัดป้องแม้กระทั่ง จูบร้อนที่ประทับลงมาซับน้ำตาบนแก้มนุ่มก่อนจะไล่ลงมาจูบหนักหน่วงฝากรอยสีกุหลาบไว้บนร่างกายขาวเนียนพร้อมแผ่นหลังที่ถูกฝ่ามือร้อนลูบไล้สัมผัสจนหมดทุกตารางพื้นที่

    "คีย์ครับ...คีย์"

    เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหู  ก่อนที่คีย์จะถูกพลิกให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่คนข้างบนต้องการ ไออุ่นจากร่างกายหนาไม่ทำให้คีย์รู้สึกอุ่นใจเหมือนทุกครั้ง มีเพียงความต่อต้านและหวาดกลัว

    "ไม่นะ..อย่าทำแบบนี้   ไม่เอาแล้ว มินโฮ...ไม่เอาแล้ว"

    คีย์กรีดร้อง  เมื่อพบว่าเรียวขาถูกจับแยกออกอีกครั้ง  มือที่แข็งแรงราวปลอกเหล็กจับเหนือเข่าทั้งสองข้างของเขา น้ำตาไหลทะลักลงมากกว่าเดิมเมื่อต้องทนมองตัวเองในท่วงท่าที่แสนน่าเกลียดนี้  คีย์หันหน้าหนีเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังทำสิ่งที่เขาหวาดกลัวอยู่จริงๆ  

    "อย่าเกร็งนะ...อย่าเกร็งนะครับ"

    แม้เสียงทุ้มจะบอกอย่างอ่อนโยนเพียงไร  คีย์ก็ไม่สามารถทำได้  หัวใจปวดร้าวเจ็บช้ำ  ร่างกายตึงเครียด  กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งจนมินโฮต้องต้องก้มลงมาจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากบางจนคีย์สะบัดหน้าหนีไม่ทัน ทำได้แต่รับสัมผัสดุดันที่เพิ่มมากขึ้นตามแรงปรารถนาของอีกฝ่ายอย่างไร้หนทางดิ้นรนใดๆ

    "อย่า...ปล่อยคีย์เถอะมินโฮ ปล่อยนะ.."
   
    มินโฮเหมือนคนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน  แม้เสียงและจุมพิตที่ได้รับจะอ่อนโยน  แต่การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายส่วนอื่นกลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง  แววตาที่คีย์จับจ้องอยู่ในขณะนี้ เหมือนไม่ใช่น้องชายที่เขารักอีกต่อไป  แววตาที่มีแต่ความปรารถนา และอะไรบางอย่างที่คีย์ดูไม่ออก  แรงสะอื้นและหยาดน้ำตาของคีย์เพิ่มมากขึ้นเมื่อรับรู้ถึงส่วนร้อนๆของมินโฮที่จ่ออยู่ที่ช่องทางที่เขาหวงแหน  มือที่ถูกมัดไว้ขยับดิ้นรนพร้อมกับร่างกายที่ต้องการหลีกหนีจากร่างกายของมินโฮ  แต่ความแข็งแรงที่มีก็ต่างกันมากจนสิ่งที่เขากลัวก็เกิดขึ้น  นิ้วของมินโฮขยับเพื่อเก็บเกี่ยวความปรารถนาจากร่างกายของคีย์นำไปใช้กับช่องทางด้านหลัง  ก่อนที่จะทำในสิ่งที่คีย์ต้องร้องออกมา

    "เจ็บ...มินโฮเจ็บ  ออกไป ..ฮือออ"

    ความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อครู่ที่ผ่านมาไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้  ความเจ็บปวดที่แทรกผ่านเข้ามาในร่างกายทำให้คีย์กรีดร้องและสะดุ้งเฮือกทั้งร่าง  ทว่ามินโฮก็ราวกับรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น  นิ้วเรียวจึงไม่กระทำรุนแรงนอกจากค่อยๆแทรกเข้าไปจนสิ้นสุด ก่อนที่จะทำความคุ้นเคยกับร่างกายของคนตัวเล็กเนิ่บช้า  จนกระทั้งตัดสินใจส่งปลายนิ้วที่สอง...และสามเข้าไปตามลำดับ

    "ไม่เอาแล้วมินโฮ...อย่าแกล้งกันแบบนี้  ขอร้อง  คีย์ขอร้อง"

    ช่องทางที่คับแคบถูกรุกรานอย่างจาบจ้วง  เสียงครางของมินโฮดังสลับกับเสียงสะอื้นของคีย์  ต่อเมื่อนิ้วที่ช่ำชองถูกส่งไปลึกขึ้น จนกระทั่งเมื่อคีย์เปลี่ยนเสียงร้องไห้เป็นเสียงครางยาวอย่างลืมตัว มินโฮก็ยิ้มอย่างพอใจ ทดสอบอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะปรนเปรอสิ่งที่ร่างกายของคีย์ต้องการจนกระทั่งร่างกายบอบบางสะดุ้งอีกครั้ง  ปลดปล่อยความปรารถนาออกมาอย่างรวดเร็ว   เสียงหายใจรัวเร็วพร้อมทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงถี่ทำให้มินโฮก้มลงไปจูบและกระซิบแผ่วเบาข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า

    "ให้มินโฮบ้างนะ..."

    "อึก.. ไม่...มินโฮ"

    ร่ำร้องแทบขาดใจ  ความร้อนรุ่มและเจ็บปวดแทรกผ่านร่างกายรวดเร็วแตกต่างจากครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง  คีย์เจ็บจนแทบไม่เหลือเสียงร้องนอกจากใบหน้าที่บ่งบอกถึงความทรมาน  เสียงลมหายใจของมินโฮราวกับเสียงของปีศาจ น้ำตาที่ไหลพรากออกมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง โดยเฉพาะเมื่อมินโฮปล่อยร่างกายของเขาให้คุ้นชินเพียงครู่เดียว  ก่อนที่จะเริ่มขยับอย่างไร้ความปราณี

    "ฮือ ปล่อยเถอะ  ได้โปรด เจ็บ  เจ็บ"
   
     อึดอัด รัดแน่น แล้วก็แสบลึกจนคีย์แทบร้องไม่ออก  ความแปลกใหม่ที่ได้รับไม่ใช่เพียงแต่ความทรมานของร่างกาย  แต่สภาพจิตใจที่ปวดร้าวยิ่งตอกย้ำและสร้างรอยแผลให้กับเขามากมายจนทนไม่ไหว  เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับนาฬิกาใกล้ตาย  คีย์ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะสะอื้น  คงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอาบแก้มพร้อมปล่อยร่างกายให้อีกฝ่ายนำไปจนกว่าจะพอใจ   หัวใจเจ็บปวดทรมาน แตกต่างกับร่างกายโดยสิ้นเชิง

    แม้เจ็บเจียนตาย  แต่ร่างกายของคีย์ยังคงรับรู้สัมผัสเหล่านั้น และถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งคีย์ปล่อยเสียงครางออกมาไม่แพ้กับเสียงทุ้ม  การขยับแต่ละครั้งแม้จะสร้างความเจ็บปวดให้  แต่ก็แฝงไปด้วยสัมผัสที่สะท้านจนร่างอ่อนขยับตามด้วยจังหวะเดียวกันอย่างเผลอไผล  ความร้อนรุ่มถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านทุกครั้งที่ขยับถูกจุด  ซึ่งมินโฮก็เรียนรู้ร่างกายของเขาได้ไม่ยากผ่านเสียงครางที่ดังขึ้น  จึงปรนเปรอความสุขให้อย่างเต็มที่ จนกระทั่งความปรารถนาทั้งหมดถูกเติมเต็มจนล้น  คีย์ก็รู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย พร้อมๆกับที่เขาปลดปล่อยตัวเองและเสียงครางสุดท้ายออกมา

    "ขอโทษ มินโฮ......คีย์"

    คีย์ได้ยินเสียงสุดท้ายแผ่วเบาราวอยู่ในความฝันที่ห่างออกไป  ร่างกายถูกกอดไว้แน่นถ่ายทอดไออุ่นให้เขาก่อนที่สติสุดท้ายจะหลุดลอยหายไป





   



    "ขอโทษ  มินโฮรักคีย์"

    มินโฮมองร่างที่อยู่บนเตียงด้วยใบหน้าเคร่งเครียด   มือทั้งสองบิดผ้าจากอ่างใบเล็กจนหมาด  แล้วก็ค่อยๆนำมันไปเช็ดหน้า และเหงื่อที่ผุดออกมาจากใบหน้าซีดเซียวเพราะผิดไข้ด้วยความอ่อนโยน  ริมฝีปากบางเฉียบขาวซีดและแห้งแตก  คีย์อ่อนแอจนเขารู้สึกกลัวว่าจะสลายไปต่อหน้า  ยิ่งเสียงแผ่วที่ดังออกมาจากลำคอและความหวาดกลัวบนใบหน้าก็ทำให้เขารู้สึกมากขึ้นกว่าเดิม

    เขาไม่ปฏิเสธตัวเองว่าไม่ได้ตั้งใจ   เพราะสิ่งที่ทำไปทั้งหมด  เขาจงใจให้มันเกิดขึ้น

    มินโฮตั้งใจที่จะข่มขืนคีย์!!

   
ไม่ใช่ไม่รู้ว่าคีย์หวาดกลัวมากแค่ไหน   แต่เขาก็ไม่อยากจะปล่อยให้เรื่องราวของพวกเขาดำเนินอย่างไร้จุดหมายต่อไป

    อย่างน้อย...ก็ให้คีย์รับรู้ความรู้สึกของเขาบ้าง  ไม่ใช่เอาแต่วิ่งหนี แล้วก็ปิดหูปิดตาทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเฝ้าบอกและทำอยู่ทุกวันนี้

    ยอมรับว่าวันนี้เขาอารมณ์เสียมาตั้งแต่เย็น  ทั้งความคิดของคีย์  ทั้งการเข้าไปยุ่งกับศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาอย่าง อ๊ก แทคยอน ก็ทำให้เขาต้องการที่จะเอาชนะ  แล้วก็ตอบแทนสิ่งที่รบกวนหัวใจมาตลอดทั้งวันอย่างสาสม   โดยเฉพาะความรู้สึกโกรธแทบระเบิดที่ยามเมื่อเห็นคีย์ตกอยู่ในอ้อมแขนของแทคยอน   วินาทีนั้น ถ้าหากกฎหมายไม่มีบทลงโทษ  เขาก็คงฆ่ามันให้ตายคามือโดยไม่ต้องคิด

    คีย์เป็นของเขาเท่านั้น   เขาจะไม่มีวันมอบคีย์ให้ใครแม้แต่คนเดียว

    ไม่ว่าจะเป็นไอ้เตี้ยนั่น หรือว่าแทคยอน 

    เขาจะไม่ยอมสูญเสียคีย์ไปอย่างแน่นอน

    แต่ตราบใดที่เขายังไม่ยอมทำให้ชัดเจน  แล้วคีย์ก็ยังคงคิดว่าเขากลั่นแกล้งอยู่อย่างนี้   เขาก็ไม่ไว้ใจที่จะให้คีย์เข้าใกล้ใครอีก

    แล้ววิธีอะไรที่เขาจะยืนยันสิทธิ์นั้นได้มากกว่าการได้เป็นเจ้าของคีย์ล่ะ

    ยามที่เห็นคีย์ถูกมอมเหล้าจนเมามายไม่รู้สึกตัว   ปีศาจในใจก็เรียกร้องเชิญชวนให้เขาครองครองร่างกายนั้นซะ ถึงแม้จะรู้ว่ามันโหดร้ายต่อร่างกายและจิตใจของคีย์มากแค่ไหนก็ตาม

    แต่ถึงอย่างไร  เขาก็ได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว   ร่างกายของคีย์เป็นของเขาแล้ว

    ตอนนี้สิ่งที่คีย์จะต้องรู้แน่ชัดและยอมรับก็คือ


    ...คีย์เป็นของเขา!!!!












TBC.


 

My Brother Chapter 3:สับสน

posted on 28 Dec 2009 21:07 by y-prand  in MyBrother
My Brother








Chapter 3 : สับสน




คีย์เกลียดอบายมุขทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ หรือการพนัน อดีตเลวร้ายทำให้เขาเข็ดขยาดกับของพวกนี้ ถ้าเป็นไปได้ คีย์ก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับมันเลยแม้แต่นิดเดียว หากตอนนี้ เขากลับนั่งยกแก้วเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์สีสวยเข้าปากอย่างไม่สนใจ ร่างบางที่นั่งโดดเดี่ยวบนโซฟาสีดำขลับตัวโตมองเหม่อไปยังบริเวณที่ทุกคน กำลังขยับร่างกายตามจังหวะเสียงดนตรี ภาพเหตุการณ์เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วยังคงติดในความทรงจำ จนคีย์รู้สึกสมเพชตัวเอง


"ผมก็เกลียดคีย์ที่เป็นแบบนี้ที่สุด"



หลังจากคำพูดนั้น มินโฮก็ไม่เข้าใกล้เขาอีกเลย ปล่อยให้วิคตอเรียเป็นคนพาเขาเดินไปทักทายคนโน้นคนนี้ในงาน..และก็ทำให้เขา รู้ในที่สุดว่างานนี้เป็นปาร์ตี้วันเกิดของวิคตอเรีย แต่เมื่อเดินตามหญิงสาวไปจนรอบงานอย่างคนไม่มี

ชีวิตจิตใจ คนที่พาไปด้วยก็เริ่มเบื่อ จึงพาเขามานั่งที่มุมตรงนี้เหมือนรู้ใจ โซฟาที่เขานั่งอยู่ ถูกจัดไว้ที่มุมห้อง โดยมีฉากบังสายตากั้นไว้ หากไม่สังเกตก็อาจจะไม่มีใครทันเห็นเขานั่งอยู่ตรงนี้ ข้อดีคือเขาสามารถมองไปยังทุกส่วนในโถงกว้างได้

อย่างชัดเจน โดยไม่มีใครรู้ว่าเขามองอยู่ ทุกอย่างชัดเจนจนรู้ว่ามินโฮมีเสน่ห์มากแค่ไหน เพียงแค่เดินผ่าน ก็ดูเหมือนสายตาทุกคู่จะถูกดึงดูดให้จับจ้องไปยังร่างสูง

ที่ผ่านมาคีย์ไม่เคยสังเกตสิ่งที่เปลี่ยนไปบนร่างกายของน้องชายตัวเองเลย จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามินโฮสูงกว่าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาคิดมาตลอดว่าตัวเองรู้จักมินโฮดีที่สุด มินโฮชอบหรือไม่ชอบอะไร อาหารจานโปรดคืออะไร เสื้อผ้าแบบไหนที่ชอบใส่ แต่เขากลับไม่เคยรู้เลยว่ามินโฮเปลี่ยนไปจากเดิมมากแค่ไหน

...ตอนนี้ มินโฮมีเพื่อนสนิทกี่คน คบเพื่อนแบบไหนบ้าง เรื่องที่โรงเรียนเป็นยังไง

เขาไม่รู้เลยสักนิด คีย์รู้สึกถึงความไม่ได้เรื่องของตัวเอง ทั้งงี่เง่า ทั้งโง่ คิดว่าตัวเองรู้ดีที่สุด แต่ความจริงแล้ว เขาก็แค่คนโง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมากกว่า

"นั่งคนเดียวเหรอครับ"

เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นอยู่ข้างหู จนคีย์สะดุ้งเฮือก ขยับหนีอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ ดวงตาคู่ใสมองอย่างหวาดกลัว จนคนเข้ามาทักหัวเราะเบาๆ

"ขอโทษครับ ไม่คิดว่าจะตกใจ.."

คีย์มองร่างกายสูงใหญ่ที่ยืนค้ำเขาอยู่ด้วยความไม่ไว้ใจ รอยยิ้มพรายบนหน้าไม่ช่วยให้เขารู้สึกดีเลย

"เอ่อ..."

"ไม่เหงาเหรอ.."

"อะ เอ่อ...ไม่ครับ"

"ความจริงน่าจะไปสนุกด้วยกันนะครับ นั่งอยู่ตรงนี้เหงาจะตาย"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่เหงา"

"อย่าโกหกเลยน่า ผมดูแว่บแรกก็ดูออกแล้วว่าคีย์เหงา"

หน้าหวานหันไปมองอย่างตกใจ ...ผู้ชายคนนี้รู้จักเขาได้อย่างไร

"อ้อ...อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิครับ ก็แหม พี่ชายของเชวมินโฮคนดังของโรงเรียนทั้งที ทำไมจะไม่รู้จักล่ะครับ"

คีย์ยิ้มแห้งๆให้ ...นิสัยเสียของเขาคือหวาดระแวง ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า แม้ว่าท่าทางของอีกฝ่ายจะดูดีมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังอดกลัวไม่ได้ คีย์ขยับตัวเล็กน้อยโดยอัตโนมัติเมื่ออีกฝ่ายทรุดกายลงบนโซฟาตัวเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ห่างกันมากก็ตาม

"ว่าแต่มินโฮปล่อยให้พี่ชายที่น่ารักแบบนี้นั่งคนเดียวได้ยังไงเนี่ย น่าจะพาไปสนุกด้วยกันซักหน่อย ไม่ไหวเลยนะครับ"

"... ไม่ใช่ความผิดของมินโฮหรอกครับ ผมไม่ชอบงานพวกนี้มากเท่าไหร่อยู่แล้ว"

"ฮะฮ่า ผมล้อเล่นน่ะครับ มินโฮออกจะรักพี่ชายของเขาจะตาย เรื่องอะไรจะเอามาปล่อยไว้เฉยๆในงานสนุกๆแบบนี้ล่ะ ใช่ไหมครับ"

ราวกับประโยคนั้นเป็นเข็มที่แทงทะลุเข้ามาในจิตใจ คีย์ฝืนยิ้มให้อย่างขมขื่น

รัก...เหรอ

ถ้ารัก จะมาทำแบบนี้กับเขาทำไม


"นั่นสิครับ...ว่าแต่ คุณเป็นเพื่อนของมินโฮเหรอครับ ดูสนิทกัน.."

พอเขาพูดจบ อีกฝ่ายถึงกับหัวเราะลั่น

"ใช่ครับ สนิทมากเลยล่ะ มินโฮไม่เคยเล่าให้ฟังเหรอครับ"

"อ้อ...มะ ไม่เคยครับ"

"ฮะฮ่า นี่ถ้าผมรู้แต่แรกว่ามินโฮมีพี่ชายน่ารักแบบนี้ ผมรีบทำความรู้จักไปนานแล้ว ผมชื่อ แทคยอนครับ อ๊ก แทคยอน"

คีย์ยิ้มรับ ถึงแม้จะเริ่มรู้สึกคนๆนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่เขาก็ยังไม่สามารถทำใจให้สนิทสนมในระยะเวลาสั้นๆได้

"เอ่อ...เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ"

คีย์ผุดลุกยืนขึ้น และโค้งให้เล็กน้อยก่อนทำตัวเสียมารยาทด้วยการเดินจากมาโดยที่อีกฝ่ายไม่ทัน พูดอะไร ออกมาทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดหมายที่ตนบอกไว้อยู่ทิศทางไหนกันแน่ คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่... เขารู้สึกเหมือนเด็กน้อย

ที่ตามพ่อแม่มางานเลี้ยงแล้วร้องไห้งอแงจะกลับบ้าน...

ผิดแค่ว่า คนที่พาเขามานั้น ไม่อยู่ให้เขางอแงเท่านั้นเอง

ยิ้มเศร้า ยิ่งคิด ยิ่งไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาตอนนี้อยู่ในระดับใด แค่พี่ชายน้องชายธรรมดา หรือว่าหุ่นที่มินโฮอยากใช้งานเวลาต้องการระบายอารมณ์ อยากจูบก็จูบ อยากทำร้ายแค่ไหนก็ทำได้ โดยไม่มี

เสียงบ่นว่า มินโฮต้องการอะไร แค่สั่ง หรือใช้กำลังสักนิด เขาก็ทำตามโดยง่ายโดยไม่มีเสียงร้องบ่น ไม่เรียกร้องคำอธิบาย ไม่ผลักไส เป็นแค่หุ่นไร้ค่าไร้ชีวิตที่เวลาไม่ต้องการก็ขว้างทิ้ง แล้วหันไปสนใจตุ๊กตาตัวอื่นที่สวยกว่า และโต้ตอบ

ได้มากกว่าแทน โดยไม่ต้องสนว่าเขาจะรู้สึกยังไง

...

.......

ไม่สนใจ เลยสักนิดเดียว

.......................

.............

"มินโฮ...นะ"

"เธอนี่มัน...."

ภาพตรงหน้าราวกับสิ่งที่มาตอกย้ำความคิด มุมที่มืดสลัว ไม่มีผู้คนผ่านไปมา กลับมีสองร่างที่ยืนโอบกอดกันแนบแน่นอยู่ติดผนัง ไม่ใช่แค่แขนที่เกี่ยวตวัดราวกับร่างทั้งสองจะหลอมละลายเข้าด้วยกัน หากสิ่งที่ทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน

กลับเป็นจุมพิตร้อนแรงที่ทั้งสอง หยิบยื่นให้กันในความเงียบ ร่างที่อยู่ในอ้อมกอดหนานั่นคีย์จำได้ว่าเป็นวิคตอเรีย เจ้าของงานวันเกิดแน่นอน

ส่วนร่างสูงนั่น คงไม่ใช่ใคร นอกจากคนที่เขาคุ้นเคยมาทั้งชีวิต


มินโฮ








"ผมรออยู่ที่โต๊ะตั้งนาน มายืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะครับ คุณพี่ชาย "

ร่างกายสูงใหญ่เดินเข้ามาทักทันทีที่เห็นร่างบางที่ยืนมุมห้องที่ไม่ค่อยมี ผู้คนผ่านมากนัก แต่ดวงตาเหม่อลอยของคนที่เขาพูดด้วยกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆที่จะทำให้รู้ว่า อีกฝ่ายรับรู้คำพูดของเขา

"คุณคีย์...ได้ยินผมไหมครับ"

แทคยอนยิ้ม ดูเหมือนไม่มีการตอบรับใดๆกับคำพูดของเขาและก็ตามที่คาดไว้ เมื่อเขาขยับกายเข้าใกล้ คีย์กลับไม่หนีเหมือนเมื่อครู่นี้

"หน้าคุณซีดจัง ไม่สบายเหรอครับ "

ริมฝีปากบางขยับเหมือนจะพูดอะไร หากไม่มีเสียงใดลอดออกมา นอกจากอาการส่ายหน้าเบาๆเท่านั้น

" งั้นมีใครทำอะไรให้หรือเปล่า..."

แววตาวูบไหวปรากฎขึ้น แทคยอนลอบยิ้ม ค่อยๆขยับกายอีกนิด มือข้างหนึ่งยันไว้ที่มุมข้างหนึ่ง จึงเหมือนร่างบางตกอยู่ใต้อ้อมแขนของเขาโดยปริยาย ปลายนิ้วค่อยสัมผัสที่คางได้รูปก่อนที่จะค่อยๆเลื่อนไปลูบไล้ที่แก้มเนียน เมื่อ

ไม่มีอาการผลักไส แทคยอนจึงไม่เสียเวลากับการขยับไปกระซิบใกล้ชิดข้างหู

"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ...บอกผมได้นะ ผมอาจจะช่วยได้"

"จะ...จะ จูบ"

"หือ..."

แทคยอนชะงักกับเสียงแผ่วเบาที่ได้ยิน เขาผละออกมา และกวาดตามองร่างเล็ก ใบหน้าหวานปรากฎน้ำตาเป็นทาง ริมฝีปากสีชมพูหวานสั่นระริกเมื่อพูดประโยคต่อมา

"ช่วยจูบผมที...."

คีย์พูดออกไปพร้อมน้ำตา หัวใจดวงน้อยอ่อนแรงจนแทบไม่มีแรงจะยืนต่อไปแล้ว

...ใครก็ได้.. ช่วยเขาที ช่วยลบภาพในใจของเขาออกไปที

ลบรอยจูบ ลบสัมผัสของมินโฮออกไปจากร่างกายของเขาที

คีย์สะอื้นแรง ดวงตาช้ำปิดลงช้าๆ เมื่อคนตรงหน้ากำลังทำตามที่เขาต้องการ ลมหายใจอุ่นลงมาพร้อมกับความร้อนจากผิวเนื้อ กลีบปากบางได้รับการครอบครองด้วยจูบหนัก

จูบ... จูบที่ไม่ใช่ของมินโฮ

ไม่ใช่...



"ปล่อยมือจากคีย์เดี๋ยวนี้!!!! "


คีย์ลืมตาขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงคุ้นหูตะโกนดัง และรู้สึกถึงแรงกระชากรุนแรงที่ส่งให้คนตรงหน้าของเขาลงไปนอนลงกับพื้น หมัดหนักถูกกระหน่ำส่งลงไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายไม่หยุด คีย์ยืนนิ่งด้วยความงุนงงและตกใจ แทคยอน

ที่ดูเหมือนจะเริ่มตั้งตัวได้แล้วก็แลกหมัดคืนบ้าง

"หยุด!!!!"

พอเริ่มตั้งสติได้ คีย์ก็ตัดสินใจตะโกนห้าม และเข้าไปในการต่อสู้ด้วยการดึงแขนมินโฮออก แม้ว่าจะถูกแรงสะบัดแรงแค่ไหน หากคีย์ไม่ละความพยายามในการเข้าไปล็อคแขนของมินโฮจากข้างหลัง แต่ก็หลบไม่ได้ที่จะถูกลูกหลง

จากหมัดหนักๆ และแรงสะบัดมากที่ฟาดมาที่เนื้อนิ่ม แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ทำสำเร็จ

"บอกให้หยุดไงเล่า!!!!!"

"ปล่อย ฉันจะฆ่ามัน"

"มินโฮ!!! หยุด"



"อ๊ะ เกิดอะไรขึ้น มินโฮ คีย์ แทคยอน ทำอะไรกัน"

วิคตอเรียที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ร้องเสียงแหลม เธอเห็นมินโฮเข้ามาที่มุมนี้ จึงตัดสินใจเดินออกมาตามหาเพื่อที่จะบอกว่าคีย์หายไป หากภาพที่เธอเห็นกลับเป็นสภาพสะบักสะบอมของแทคยอน และมินโฮที่กำลังดิ้นอยู่ในการควบคุมของ

คีย์ ใบหน้ายับเยินไม่แพ้กัน ส่วนคีย์ก็หน้าตาเคร่งเครียด หายใจหอบ โชคดีที่ในงานเปิดเพลงเสียงดัง จึงทำให้ไม่มีใครเข้ามามุงดู

"เกิดอะไรขึ้น มินโฮ..."

"มึงออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะฆ่ามึง"

มินโฮหยุดสะบัด หากสายตาที่มองไปยังแทคยอน และน้ำเสียงเหี้ยมที่ดังขึ้นทำให้ทั้งคีย์และวิคตอเรีย ต่างตกใจ

"มินโฮ!!"

"มึง!!!"

"แทค!"

แทคยอนทำท่าว่ากระโจนเข้าหา หากหญิงสาวกลับรี่เข้ามาขวางไว้ทัน ส่วนคีย์ก็ต้องจับมินโฮไว้แน่นหนาอีกครั้ง

"มึงอย่าคิดว่ามึงเก่งคนเดียวนะ ชเว มินโฮ มึงคิดว่ากูไม่กล้าทำอะไรมึงงั้นเหรอ"

"กูไม่คิดว่ากูเก่ง แต่ก็มั่นใจว่ากูสามารถเอาชนะไอ้ขี้แพ้อย่างมึงได้สบายๆ"

"ไอ้..."

"แทค!!!"

วิคตอเรียกางปีกขวางเอาไว้อีกครั้ง เธอมองชายหนุ่มด้วยดวงตาร้องขอ

"แทคยอน..ขอร้อง กลับไปก่อนนะ เดี๋ยวทางนี้วิคจะจัดการเอง"

คนที่ถูกขอร้องให้กลับ มองเจ้าของงานด้วยความขุ่นเคือง

"ก็ได้...ก็ได้"

"แทคยอน..."

"มึงอย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้นะเชว มินโฮ กูไม่มีทางจบง่ายๆแน่"

"เรื่องนั้นก็แล้วแต่มึง แต่มึงจำไว้ ว่าอย่ายุ่งกับคนของกู !!!!"

แทคยอนมองอีกฝ่าย ก่อนเลื่อนไปมองคนตัวเล็กที่อยู่ข้างหลังศัตรูแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง น้ำเสียงยียวนที่ดังออกมาทำให้มินโฮแทบคลั่ง

"เอาเป็นว่ามึงถามคนของมึงก่อนแล้วกัน ว่าเต็มใจให้กูยุ่งหรือเปล่า เดี๋ยวจะหน้าแตกเอาเปล่าๆ"

"แทคยอน!!...ขอร้องนะ "

ดวงตาเข้มเหลือบมองหญิงสาว และหันไปมองสบกับดวงตาวาวโรจน์ของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย

"จำไว้..ว่ากูไม่จบแน่"



แทคยอนเดินกระแทกปลายเท้าออกไปแล้ว ทำให้ทุกอย่างกลับมาสู่ความเงียบ คีย์ปล่อยมือออกจากแขนของคนตัวสูง แต่มินโฮไม่ยอมให้ผละออกไป มือหนาจึงคว้าข้อมือเล็กไว้

"จะไปไหน"

คีย์สะบัดข้อมือออก แต่มินโฮยังคงจับไว้อย่างแน่นหนา

"ปล่อย!!"

"ไม่... มันทำอะไร บอกมาสิ ว่ามันทำอะไร"

"เขาทำอะไรแล้วมันสำคัญอะไรกับมินโฮด้วย"

"คีย์!!!"

หญิงสาวคนเดียวมองทั้งสองสลับกัน ก่อนที่จะเอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า

"หยุดก่อนได้ไหม ทั้งสองคนเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน พอมีสักคนจะเล่าให้ฉันฟังบ้างได้ไหม"

ไม่มีคำตอบจากปากของทั้งคู่ วิคตอเรียถอนหายใจเฮือกใหญ่

"โอเค ไม่ตอบก็ไม่ตอบ มินโฮไปทำแผลก่อนเถอะ หน้าตาเยินหมดแล้ว"

คีย์สะบัดแขนออกเต็มแรงจนหลุด เขาขยับตัวออกมาและหันไปมองภาพที่หญิงสาวเดินเข้าไปสำรวจใบหน้าคมเข้มของมิ นโฮอย่างใกล้ชิดแล้วกำมือแน่น ตัดสินใจหมุนตัวกลับ

"คีย์ อย่าเพิ่งไป...บอกมาก่อนว่ามันทำอะไร ...คีย์!!!"

"มินโฮ อย่าเพิ่งสิ นายเจ็บอยู่นะ"

คีย์ชะงักกับเสียงกึ่งตะโกน ก่อนหันกลับไปมอง

"...สนใจอะไรเหรอ..."

"คีย์..."

"อย่าสนใจเลย มันก็แค่จูบ จูบเท่านั้นล่ะมินโฮ"

"ฉันจะฆ่ามัน!!"

"ถ้าจะฆ่า...ก็ฆ่าคีย์ดีกว่านะ" เขามองผ่านม่านน้ำตากับภาพที่วิคตอเรียกอดประคองมินโฮ รอยยิ้มเจ็บช้ำเผยออก พร้อมกับร่างบางทีหันกลับไปยังทิศทางเดิม

"ฆ่าคีย์ดีกว่า ก็คีย์เป็นคนบอกให้เขาจูบเองนี่นา"

"คีย์!!!!!!!!"

"มันก็แค่จูบเท่านั้นล่ะมินโฮ ก็แค่จูบ ที่จะทำกับใคร ที่ไหนก็ได้ จูบที่ใครๆก็ทำเท่านั้นเอง"







เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วคีย์ก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่าเขากลับไปนั่งที่เดิมด้วยสภาพจิตใจที่ย่ำแยเพียงไร เขาเกลียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เกลียดความไร้เหตุผลของตัวเอง เกลียดความหวั่นไหวสับสนที่เกิดขึ้นในใจ เกลียดมินโฮ

ที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นแบบนี้ เกลียดใจตัวเองที่อ่อนแอ...

"คีย์"

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองทางต้นเสียง วิคตอเรียทรุดตัวลงบนโซฟาตัวเดียวกัน คีย์มองตาม ก่อนละสายตาไปยังพื้นที่ว่างเปล่าบนโต๊ะรับแขก

"เป็นอะไรหรือเปล่า...ไม่สบาย"

"ไม่มีอะไรหรอก"

"กับมินโฮก็ไม่มีเหรอ?"

คีย์หันกลับไปมองทันทีที่ได้ยินชื่ออีกคนหลุดจากปากของหญิงสาว เขาส่ายหน้า

"ไม่มี.."

"งั้นเหรอ...ก็ดีแล้ว นึกว่าทะเลาะกันใหญ่โตอะไร ในฐานะที่ฉันเป็นเพื่อนมินโฮ ก็อดห่วงไม่ได้"

...เพื่อนเหรอ...เพื่อนหรือะไรกันแน่

ในใจของคีย์เฝ้าถามคำถามนี้ในใจ คำถามงี่เง่าที่ไม่อยากให้ใครรับรู้ เพราะว่ามินโฮจะมีอะไรกับใครก็ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย

เขาก็แค่...'พี่ชาย' ของมินโฮเท่านั้นเองนี่นา

"อืม..."

"คีย์"

"หือ..."

"ดื่มกันไหม?"

มือเรียวสวยจัดการรินน้ำสีอำพันลงในแก้ว รินเสร็จแล้วปลายนิ้วก็ส่งแก้วมาตรงหน้าเขาอย่างเชิญชวน

"เอ่อ..."

"รังเกียจเหรอ"

"เปล่า"

คีย์รีบตอบ เมื่อเห็นวิคตอเรียทำเสียงผิดหวัง

"แต่เรายังไม่บรรลุนิติภาวะ...มัน"

"ฮะฮ่า ช่างประไรล่ะ เราไม่ได้ไปดื่มในที่สาธารณะนี่นา สักนิดนะ"

"เอ่อ..."

"เอาน่า ถ้ามีเรื่องอะไรแย่ๆจะได้ลืมมันยังไง "

ลืมเหรอ... ถ้าเขาดื่ม เขาจะลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นใช่ไหม

ลืมทุกอย่าง

ลืมแม้กระทั่งความสัมพันธ์ของคนตรงหน้ากับน้องชายของเขา ลืมจูบนั้น ... จูบที่มินโฮมอบให้เขา

วิคตอเรียยิ้มให้ขณะยื่นแก้วมารอชน

"Cheers "

"Cheers "












เวลาล่วงเลยมายังเช้าวันใหม่กว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ปาร์ตี้จบลงเมื่อเจ้าภาพกล่าวลาแขกทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และไม่ยอมไปต่อที่ไหนตามคำชวนของเพื่อนหลายๆคน หลังจากทุกคนออกไปจากบ้านจนหมด มินโฮก็เดินเข้ามาหา

เธอด้วยใบหน้าเคร่งเครียดพร้อมร่างที่พูดไม่ได้ศัพท์ในอ้อมแขน

"วิค!"

วิคตอเรียหันกลับมาด้วยรอยยิ้ม ทว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า รอยยิ้มกว้างก็ลดลงเหลือเพียงยิ้มบางๆ

"เธอมอมเหล้าคีย์เหรอ"

มินโฮถามเสียงขุ่น จนหญิงสาวถึงกับหน้าซีด

"ก็... แหะๆ"

"เธอปล่อยให้คีย์เมา แล้วก็ทิ้งไว้ให้นั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวได้ยังไง ถ้าเกิดมีใครมาทำอะไรไม่ดีขึ้นมาล่ะ"

"ขอโทษ"

หน้ายุ่งๆของมินโฮทำให้หญิสาวก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด แต่เมื่อเห็นคนที่ถูกอุ้มอยู่ เธอก็รีบบอกอย่างหวังดี

"อย่าเพิ่งโกรธได้ป่ะ พาขึ้นไปนอนบนห้องก่อนดีกว่า...นะ นะ ไปคุยกันข้างบนเถอะ"
















มินโฮวางร่างบางที่ไม่ได้สติลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ขยับจัดท่าทางเพื่อให้คีย์นอนสบายมากขึ้น พอจัดการกับคนตัวเล็กเสร็จ เขาก็หันมายังเพื่อนสาวคนต้นเรื่องอย่างคาดโทษ

"มีอะไรจะแก้ตัวไหม?"

"แหม...นิดหน่อยน่า ก็พี่ชายนายน่าแกล้งดีนี่นา ฉันแกล้งนิดแกล้งหน่อยก็ดื่มอึ่กๆๆ แล้ว แต่คออ่อนชะมัดเลย ...เอาน่า อย่าทำหน้าตาแบบนั้นสิ นายก็น่าจะขอบคุณฉันมากกว่านะ สุดหล่อ"

"ขอบคุณเรื่อง??"

"อ้าวว ก็ฉันอุตส่าห์เอาเนื้อมาส่งถึงปากเสือแล้วนะ ไม่นึกถึงบุญคุณบ้างเลย"

มินโฮฟังอีกฝ่ายพูดแล้วถึงกับถอนหายใจ รอยยิ้มพรายบนใบหน้าของวิคตอเรียกว้างขึ้น เมื่อรู้ตัวว่าพูดถูกจุด

" เห็นไม่เข้าใจกันสักที ฉันก็เลยช่วยนี่ไง เผลอๆอาจจะมากกว่าเข้าใจก็ได้น้าคุณน้องชาย ฮิฮิ"

" รู้ใช่ไหมว่าถ้าอยู่กับคนอื่นมันจะอันตรายมากแค่ไหน"

"แหม ฉันรู้หรอกน่า ว่านายมาทัน อย่าให้ฉันพูดเลย ฉันรู้นะว่าสายตานายน่ะ ไม่เคยห่างจากพี่ชายคนดีเลย"

"ห่างแค่นี้ยังถูกมอมขนาดนี้แล้ว...ถ้าห่างกว่านี้ ไม่ถูกลากไปไหนแล้วเหรอ.."

"หึหึ ห่วงจริงนะ อิจฉาจัง"

"อิจฉาอะไร แอมไม่ทำแบบนี้บ้างเหรอ"

มินโฮถามเสียงเรียบ จนคนถูกถามตั้งตัวไม่ถูก

"มินโฮ!!!!"

รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลา วิคตอเรียมองอย่างหมั่นไส้

"นี่ฉันช่วยนายอยู่นะ สำนึกบ้างสิ"

"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ออกจะซาบซึ้ง"

"นี่ขนาดซาบซึ้งนะ เชว มินโฮ ถือว่าหายกันกับจูบเมื่อกี้แล้วกัน ฉันไม่ขอบคุณล่ะ"

"รู้ตัวก็ดี คราวหน้าถ้าทะเลาะกันอีกก็อย่าเที่ยวไปเสนอให้คนโน้นคนนี้จูบล่ะ เรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้มันไม่เข้าท่าซะเลยนะวิค "

"ช่างสิ ไม่เห็นสนใจ ทีตัวเองล่ะทำได้ ทำไมคนอื่นทำไม่ได้ล่ะ เผลอๆอาจจะยิ่งกว่าจูบเลยก็ได้มั้ง"

"การที่แอมเบอร์มางานไม่ได้ มันหมายความว่าเขาจะไม่ได้รักเธอเหรอวิค "

วิคตอเรียหน้ายุ่งให้กับคำพูดของเพื่อนชาย ทำไมเธอจะไม่รู้..

แต่เพราะรู้สิ ถึงอดไม่ได้

งานกับเธอ...อันไหนสำคัญกับแอมเบอร์มากกว่ากันแน่ เธอไม่เคยมั่นใจ

"มินโฮ หยุดพูดไปเลย"

"ตามใจ แต่คราวหน้าไม่ช่วยแล้วนะ แต่จะบอกให้ว่าก็ไม่แน่ใจนะ ว่ากับคนอื่นจะหยุดแค่จูบ"

คนที่รู้จักมินโฮดี จะรู้ว่าผู้ชายคนนี้แววตาพูดได้ และวิคตอเรียก็ดูออกว่า มินโฮไมได้แค่พูดเท่านั้น แต่ตาของเขากำลังหัวเราะ แถมยังหัวเราะอย่างสะใจเสียด้วย

"มินโฮ ถ้ารู้ว่านายจะนิสัยแบบนี้ ฉันก็ไม่ช่วยหรอก ชิ ปล่อยให้เจ้าแทคยอนมันคาบพี่ชายนายไปกินซะให้รู้เรื่องรู้ราว"

"อย่าพูดถึงมันอีก!!!"

เพียงชื่อเดียว แววตาของมินโฮก็วาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด หญิงสาวมองแล้วต้องถอนหายใจ

"ขอโทษนะ ฉันไม่คิดว่าแทคยอนจะมางานนี้ด้วย ปกติไม่เห็นสนใจ"

"ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก คนอย่างมันน่ะ ต่อให้ยังไงก็ต้องหาทางทำเรื่องเลวๆอยู่แล้วล่ะ"

"ยังไงก็ระวังตัวให้ดีนะ ยิ่งนายประกาศไว้อย่างนั้น มันกัดไม่ปล่อยแน่"

"เรื่องของมัน ปล่อยให้มันกัดไป"

"ไม่ห่วงคีย์ของนายเหรอ"

"...ไม่ เพราะว่ามันจะไม่มีทางได้เข้าใกล้คีย์อีกเป็นอันขาด"

มินโฮมองคนบนเตียงด้วยสายตามั่นใจ

"เพราะถ้ามันเข้ามาใกล้คีย์อีก ฉันนี่แหละ จะเป็นฆ่ามันด้วยมือของฉันเอง"














วิคตอเรียเอ่ยราตรีสวัสดิ์ ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง โดยไม่วายหันมาทำหน้าล้อเลียนใส่ แถมบริการพิเศษด้วยการล็อคประตูให้เขาเรียบร้อย

"โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ...เอาให้เรียบร้อยนะสุดหล่อ"

มินโฮมองเพื่อนสนิทอย่างขำๆ ก่อนหันกลับมามองคนที่นอนอยู่บนเตียง

ร่างสูงทรุดกายลงบนพื้นเตียงหนานุ่ม นิ้วเรียวค่อยไล่สัมผัสใบหน้าหวาน แก้มเนียนมีรอยน้ำตาสีขาวเป็นทางยาว ร่างกายของคีย์ปรากฎร่องรอยต่างๆมากมายจนเขาอดเจ็บใจตัวเองที่ปล่อยให้คีย์ ต้องบอบช้ำขนาดนี้ไม่ได้ มุมปากมีรอยแตกแดงช้ำ แขนเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ เขาไม่อยากคิดว่าเป็นรอยที่มาจากลูกหลงตอนที่เขาฟิวส์ขาดเข้าไปต่อยแทคยอน แล้วยิ่งกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ออกมาจากร่างก็ยิ่งย้ำเตือนให้เขาเห็นความผิดปกติ ของคีย์มากขึ้น

คีย์ดื่มเหล้า...

อยู่ด้วยกันมาหลายปีทำไมมินโฮจะไม่รู้ว่าคีย์เกลียดเหล้าและอบายมุขพวกนี้ มากแค่ไหน แค่เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์แค่ไม่กี่เปอร์เซ็น คีย์ก็ปฏิเสธมันอย่างไม่ไยดี แล้วนับประสาอะไรกับเหล้าที่วิคตอเรียตั้งใจมอม ถ้าไม่บีบบังคับ

เหตุใดคีย์จึงดื่มมันเข้าไปจนเมามายขนาดนี้ หรือเพราะว่าคำว่า 'เกลียด' ที่เขาพูดออกไปนั่นกันแน่

"เกิดอะไรขึ้นนะ...โกรธ เกลียดมินโฮแล้วเหรอ"

ลมหายใจสม่ำเสมอบอกชัดว่าร่างบางกำลังหลับสนิท อย่างน้อย...ตอนหลับ คีย์ก็ไม่มีสายตาตัดพ้อต่อว่าที่มอบให้เขาอีก

มินโฮรู้ตัวว่าเป็นคนเอาแต่ใจมากแค่ไหน ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของคีย์ด้วยแล้ว เขายิ่งอยากเอาแต่ใจมากขึ้น เพราะเขารู้ว่าคีย์ไม่มีทางขัดใจเขาอย่างแน่นอน ตั้งแต่เด็กๆ คีย์ก็ตามใจเขาเสมอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

เขาหวง ห่วง แล้วก็รักคีย์จนไม่มีวันที่จะปล่อยคีย์ไป ต่อให้ตอนนี้คีย์เกลียดเขา เขาก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองคีย์เอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ถ้าเป็นไปได้ เค้าไม่อยากให้ใครมองคีย์เลยด้วยซ้ำ

ไม่แปลกที่เขาจะโกรธ โกรธแทบคลั่งเมื่อเห็นคนที่เขาถนอมมาเนิ่นนานตกอยู่ในอ้อมกอดของใครอื่น

ใครจะว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวก็เชิญ...

มินโฮนึกถึงคำพูดของคีย์

"มันก็แค่จูบเท่านั้นล่ะมินโฮ ก็แค่จูบ ที่จะทำกับใคร ที่ไหนก็ได้ จูบที่ใครๆก็ทำเท่านั้นเอง"

ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมสีดำออกไปให้พ้นใบหน้า ริมฝีปากของคีย์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาหวงแหน

คีย์เป็นของเขา

สำหรับเขาแล้ว...

จูบที่เป็นจูบจริงๆ จูบที่จูบด้วยหัวใจ

"ไม่ใช่กับใคร...ที่ไหนก็ได้ แต่เป็นคีย์ คีย์เท่านั้น เข้าใจไหม"

ชีวิตนี้ เขาขอแค่คีย์เท่านั้น

เท่านั้นจริงๆ







"คีย์"





สองมือของมินโฮไล่ไปตามสาบเสื้อ กระดุมค่อยๆถูกเปิดออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบประทับลงบนผิวเนื้อนุ่มที่ไร้การขัดขวางของเนื้อผ้า จูบไล่ตั้งแต่ต้นคอจนกระทั่งสิ้นสุดที่หน้าท้องแบนราบ เสียงครางอย่างไม่รู้สึกตัวของคีย์กระตุ้นราวเชื้อฟืนที่ถูกโยนเข้ามาสุมไฟ ในร่างกายให้คุกรุ่นขึ้นรุนแรง








"...เป็นของมินโฮนะ"





















TBC.











My Brother Chapter:2 ไม่เข้าใจ

posted on 28 Dec 2009 20:22 by y-prand  in MyBrother
My Brother






CHAPTER 2 : ไม่เข้าใจ












"รู้อะไรไหม..."

 "อยากทำ...แบบนี้มานานแค่ไหน  อยากจูบคีย์มานานแค่ไหน"

 

.......

..................

"คีย์...เป็นอะไรเหม่อๆ มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ"

มือที่กำลังเขียนลงบนไวท์บอร์ดชะงักทันที เขาหันไปมองร่างของจงฮยอนที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจื่อน และยิ่งเจื่อนขึ้นอีกเมื่อเห็นผลงานของตัวเองที่ปรากฎบนบอร์ดตารางคะแนนของ ทีม เส้นสีดำที่ขีดเป็นตารางบิดเบี้ยว แถมตัวอักษรที่เขียนไว้ก็โย้เย้ไม่เป็นระเบียบผิดนิสัยของคีย์

"เอ่อ..ขอโทษ"

พอรู้ตัว คีย์ก็ส่ายหน้าอย่างแรง มือเรียวลูบหน้าตัวเอง ก่อนที่จะกวาดสายตาหาแปรงลบกระดาน และทันทีที่เห็นสิ่งที่ต้องการบนโต๊ะ ร่างบางก็แทบจะกระโจนไปยังโต๊ะ โดยไม่ทันมองพื้นที่รอบตัว

"อ๊ะ!!!"

โชคดีที่จงฮยอนจับตามองอยู่ตลอด คีย์จึงไม่ต้องลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างที่เจ้าตัวกลัวตอนที่รู้สึกว่าร่าง กายลอยอยู่บนอากาศ คนที่แข็งแรงกว่าคว้าคนตัวเล็กเอาไว้อย่างทันท่วงที หากเพราะแรงที่โถมลงมาครั้งเดียวทำให้จงฮยอนเองก็ทรงตัวไม่อยู่ และด้วยแรงโน้มถ่วงจึงทำให้ทั้งสองลงไปกองโอดโอยอยู่กับพื้น

"โอ้ย!!"

"จงฮยอน!!!...เป็นอะไรไหม ...คีย์ขอโทษ"

"ไม่เป็นไร คีย์นั่นแหละ เจ็บหรือเปล่า ไม่เป็นอะไรใช่ไหม"

คีย์ส่ายหน้า ขยับตัวออกมาจากอ้อมแขน และมองคนที่ช่วยตัวเองไว้ด้วยความสำนึกผิด

"ขอโทษ"

จงฮยอนยิ้มให้ มือที่เกาะกุมแขนเล็กบีบเบาๆยืนยันว่าตนไม่เป็นอะไร คีย์แบะปาก ดวงตาเศร้าจนเขาอดไม่ได้ มืออีกข้างยกขึ้นลูบศีรษะทุยสวยเพื่อปลอบให้หายตื่นกลัว หากร่องรอยบางอย่างที่ปรากฎอยู่บนคอขาวกลับาทำให้เขาสงสัย ส่งปลายนิ้วแตะไปที่เนื้อนุ่มทันที

"คีย์..คอนี่ เป็นอะไรแดงๆเหรอ"

คนถูกถามจับคอเสื้อโดยอัตโนมัติอย่างตกใจ

"เอ่อ...ย ย ยุงกัดมั้ง"

"อ้อ..อืมๆ แต่มันดูเหมือนรอย... เอ่อ ช่างเหอะ เมื่อวานจู่ๆก็วางโทรศัพท์ไปเฉยๆ มีอะไรหรือเปล่า"

"...อ้อ ไม่มีอะไร เผอิญมีสายเข้าน่ะ ขอโทษนะ"

คีย์ก้มหน้างุด พยายามไม่สบตาอีกฝ่าย จงฮยอนยิ้มให้ก่อนจะลบบางสิ่งในใจออกไป มือหนาขยี้ผมสีดำมันขลับเบาๆ ก่อนที่จะผละออกมาเมื่อได้ยินเสียงหนึ่ง

"คีย์.."

เจ้าของชื่อหันกลับไปเสียงที่ได้ยิน ภาพที่หน้าประตูทำให้คีย์กลืนน้ำลายทันทีที่เห็นร่างสูงสองร่างยืนใกล้กัน หากสิ่งที่แตกต่างคือรอยยิ้มบนใบหน้า ในขณะที่อีกฝ่ายยิ้มเปิดเผยร่าเริง หากอีกฝ่ายกลับเฉยชาจนเกือบบึ้งตึง...

"อ่าา พี่คีย์ พี่จงฮยอน ดีใจจัง อยู่ที่นี่จริงๆด้วย"

น้ำเสียงร่าเริงของแทมินบอกพร้อมกับยิ้มกว้าง ผู้จัดการคนใหม่ของชมรมเดินเข้ามาในห้องชมรมที่ตอนนี้รกรุงรังแทบไม่มีทาง เดินได้เพียงสองสามก้าวก็หยุดเนื่องจากไม่มีทางให้เดิน คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยที่สายตาไม่ละไปจากคนที่สูงที่สุดในห้อง

"คือผมเห็นมินโฮยืนเดินอยู่คนเดียวแถวอาคารกิจกรรมน่ะครับ ก็เลยลองถามดู เห็นว่ามารอรับพี่คีย์กลับบ้าน ก็เลยพามาด้วยกันซะเลย แฟนพี่คีย์เหรอ~"

แทมินอธิยายพร้อมน้ำเสียงล้อเลียน

"เอ่อ...คือ"

"อย่าพูดแบบนั้นสิแทมิน มินโฮเป็นน้องชายคีย์น่ะ"

จงฮยอนเอ่ยเสียงเรียบ พอแทมินได้ยินก็ยิ้มแห้งพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"แหะๆ ขอโทษครับ ผมพูดเล่นน่ะ"

"คราวหน้าอย่าพูดแบบนี้อีกนะ มันไม่ดี"

รอยยิ้มหายไปจากหน้าหวานทันที แทมินก้มหน้าและผงกหัวรับ คีย์มองรุ่นน้องด้วยความเห็นใจ

"จงฮยอน อย่าดุน้องสิ คีย์ไม่ได้เครียดอะไรหรอกนะ"

"คีย์..."

ไม่ทันที่จงฮยอนจะตอบกลับ เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้น

"กลับบ้าน"

"เอ่อ...เดี๋ยว คือ.."

คีย์หันไปมองรอบตัว ทั้งกระดานและพื้นห้องยังคงอยู่ในสภาพเดิม สมุดรายชื่อสมาชิกชมรมยังคงไม่เรียบร้อย หากท่าทางยกนาฬิกาข้อมือของมินโฮยิ่งทำให้คีย์ยิ่งกระวนกระวายหนักขึ้นอีก

"คีย์ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวน้องชายรอนะ เรื่องทางนี้พวกเราจัดการเองได้"

"แต่.."

"แทมินเองก็ยังอยู่ กลับเถอะ"

มินโฮก้าวยาวๆเข้ามาหยิบกระเป๋าเป้ที่กองอยู่ข้างประตู และคว้าหนังสือเล่มหนาสองสามเล่มมาไว้ในอ้อมแขน ไม่ช้า ไม่เร็ว หากทำให้คีย์ต้องรีบมากกว่าเดิม

"งั้น... แทมิน รบกวนเขียนตารางนี่ใหม่ด้วยนะ บันทึกสกอร์แต่ละครั้งให้ละเอียด แข่งกี่ครั้ง กับใครบ้าง ถ้าให้ดีลองหมายเหตุไว้ด้วยนะว่าแต่ละทีมเป็นยังไง ถามจงฮยอนก็ได้ อ้อ อย่าลืมจดเก็บไว้ในสมุดเป็นหลักฐานด้วยนะ แล้วสมุดเล่มสีแดงๆบนโต๊ะนั่นก็รบกวนช่วยเขียนรายชื่อสมาชิกชมรมทุกคน ตั้งแต่ปีก่อนๆ พี่ว่าจะทำย้อนหลังสักสิบปี เผื่อมีอะไรติดต่อมาช่วยพวกเราได้บ้าง เรื่องนี้ลองถามพี่จินกิดูนะ พี่อยากให้จดลงในสมุดแล้วก็พิมพ์ใส่ไฟล์ไว้ด้วย จะได้เป็นฐานข้อมูลให้ชมรมเรา เพราะที่ผ่านมาไม่มีคนทำเลย ข้อมูลเลยกระจัดกระจายมาก ...แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดที่อยากให้ทำคือ อยากให้จัดการเรื่องพิจฯงบให้เร็วที่สุด พวกเอกสารอะไรต่างๆของเทอมที่แล้ว เปิดดูในตู้เหล็กนะ ลองเอามาปรับดู พวกกิจกรรมชมรมในเทอมหน้าพี่ลิสต์รายละเอียดไว้ให้แล้ว เหลือแค่ไปกรอกข้อมูลที่เว็บของฝ่ายกิจกรรม อยากให้เร่งทำให้เร็วที่สุด เพราะถ้าพิจฯงบมาได้เร็ว เราก็จะมีเวลาเตรียมกิจกรรมได้เร็วขึ้น เข้าใจนะ มีอะไรโทรถามพี่ได้ ขอเบอร์จากพี่จินกินั่นแหละ "

รายละเอียดยาวเหยียดที่คีย์พูดออกมาทำให้แทมินทำได้แค่พยักหน้ารับ ในใจแอบคิด...ปีที่แล้วพี่คีย์จัดการเรื่องทั้งหมดได้อย่างไรคนเดียวนะ

"ครับ..ผมจะพยายามครับ แหะๆ"

"ดีมากจ้ะ"

"คีย์..."

"ไปก่อนนะ แทมิน จงฮยอน

รุ่นพี่คนเก่งของเขาดูท่าทางแตกต่างจากเมื่อครู่ลับลับเมื่อได้ยินเสียงน้อง ชายตัวเอง แทมินโบกมือและมองตามแผ่นหลังทั้งสองไป มินโฮโอบไหล่ของรุ่นพี่เขาไว้และหันเข้ามาในห้องแว่บหนึ่ง พริบตาที่เห็นแววตาของมินโฮดูแปลกไป..

จงฮยอนมองท่าทางราวกับเป็นเจ้าของที่เด็กหนุ่มรุ่นน้องแสดงต่อคีย์ด้วยความ ขุ่นเคือง แล้วยิ่งสายตาและรอยยิ้มเยาะราวประกาศสงครามที่จงใจส่งให้เขา ก็ทำให้เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว นี่ถ้าไม่รู้ว่าเป็นน้องชาย...เขาคงคิดว่าหมอนี่ต้องการท้าเขา

ไอ้เด็กติดพี่เอ้ย...

"พี่คีย์กับมินโฮรักกันมากเลยนะครับ ถ้าไม่บอกว่าเป็นพี่น้องกัน ผมก็นึกว่าเป็นแฟนกันเสียอีก"

"แทมิน...พูดอะไรบ้าๆ เจ้านั่นเป็นน้องชายของคีย์นะ"

"ผมพูดความจริงนี่นา พี่จงฮยอนดูสายตาของพี่คีย์กับมินโฮที่มองกันสิ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกัน..ทำไมผมไม่เคยเห็นพี่จินกิมองผมแบบนั้นบ้างเลยนะ ฮะฮ่า "

....

..


ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกัน...

จงฮยอนฟังประโยคนี้แล้วยิ่งรู้สึกแปลบในใจ พี่น้อง สองคนนั้นเป็นพี่น้องกัน...










น้องชาย...

"..มินโฮเป็นน้องชายคีย์น่ะ"



"มินโฮ เจ็บ.."

ร่างเล็กกว่าขืนไหล่ไว้ เมื่อมือของอีกฝ่ายบีบหนักขึ้น มินโฮมองหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แล้วคลายมือจากไหล่เลื่อนมาที่เอวคอดแทน มือเรียวผลักประตูบ้านออก และพาร่างบางเข้าไป ทันทีที่เข้ามาในบ้าน และถูกพาไปนั่งที่โซฟาตัวโต คีย์ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิด

"โกรธใช่ไหม"

"รู้ด้วยเหรอ.."

"ขอโทษ... "

"ไหนบอกว่าลาออกแล้วไง..."

"ก็ลาออกแล้ว...แค่ไปช่วย.."

"ลาออกแล้วจะไปทำไม คนเยอะแยะทำไมไม่ไปให้ทำกัน"

"ขอโทษ"

คีย์ก้มหน้างุด รู้ว่ากรณีนี้ตัวเองเป็นฝ่ายผิดเต็ม ๆคีย์รู้ ว่ามินโฮไม่ชอบคนผิดคำพูด และเขาก็ดันผิด 'สัญญา' ที่เคยให้ไว้

"แล้วหมอนั่นน่ะ..."

"หือ...อ๊ะ มินโฮ"

แผ่นหลังของคีย์ถูกดันจนติดผนังโซฟา พร้อมกับร่างสูงที่ทรุดกายลงมา ถูกกักตัวไว้ด้วยร่างกายใหญ่โตโดยที่ขยับตัวออกห่างไม่ได้ มินโฮกัดฟันพูดเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเห็นในห้องชมรม

"บอกแล้วยังไงว่าอย่าเข้าใกล้มัน ไอ้เตี้ยนั่น"

"..แต่จงฮยอนเป็นเพื่อน"

"เพื่อนที่มองคีย์ตาเป็นมันน่ะเหรอ... รู้ไหมว่าสายตาของมันเวลามองคีย์ มัน..."

คีย์หลับตาปี๋เมื่อกำปั้นหนักทุบมาที่หนังสีน้ำตาลนุ่มห่างจากใบหน้าตัวเองไม่ถึงสิบเซนติเมตร

"มินโฮ..."

"มือของมัน..จับตรงไหนบ้าง"

"อ๊ะ ..มิ...อื้ออ"

คอเสื้อนักเรียนถูกเปิดออก รอยสีแดงช้ำหลายรอยจากเหตุการณ์เมื่อวานยังคงเด่นชัด ริมฝีปากของมินโฮประทับไปที่รอยเดิมอีกครั้ง จูบซ้ำหนักขบเม้มด้วยแรงอารมณ์จนกระทั่งพอใจ ก่อนเลื่อนไปทำซ้ำๆตำแหน่งอื่นทุกรอย ยิ่งคีย์ขยับตัวมากเท่าไหร่ มินโฮก็ยิ่งทวีความหนักหน่วงมากขึ้น มือทั้งสองข้างตรึงข้อมือบางไว้ไม่ให้ขยับได้อีก คีย์จึงทำได้เพียงจิกเล็บลงกับเนื้อของตัวเอง หายใจเร็วขึ้นจนกล้ามเนื้ออกขยับขึ้นลงถี่

"อื้อ... มินโฮ...พอ"

จูบย้ำครั้งสุดท้ายที่วกกลับมาที่คอราวกับประกาศความเป็นเจ้าของให้ร่างกาย ของคีย์ได้รับรู้ ก่อนที่จะจับจ้องที่หน้าหวานที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แรงสะอื้นที่เพิ่มมากขึ้นทำให้มินโฮปล่อยมือจากการล็อคข้อมือเล็ก นิ้วเรียวค่อยบรรจงปาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือ จมูกโด่งได้รูปกดที่ข้างแก้มแผ่วเบาราวกลัวผิวเนื้อช้ำ ริมฝีปากพรมจูบบนผิวนุ่มทั่วใบหน้า

"ยะ...หยุดแกล้งกันซักที"

เสียงสั่นๆที่ดังออกมาจากริมฝีปากที่เขาตั้งใจจะลิ้มชิมความหวานอีกครั้ง และแรงผลักที่แผ่นอกทำให้มินโฮชะงักการกระทำทุกอย่างอย่างไม่เข้าใจ

"แกล้ง...แกล้งอะไร"

"ก็..มินโฮ แกล้ง..ด้วยการทำแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทำแบบนี้ตลอด ... มัน..มันไม่ดี"

".... หมายความว่ายังไง"

"ก็...ฮึก.."

"คิดว่าที่ทำแบบนี้เพราะต้องการแกล้งคีย์อย่างนั้นเหรอ... ที่จูบ ที่กอด เพราะต้องการแกล้ง...งั้นเหรอ"

"ฮึ่ก.."

"คิดว่าความรู้สึกทั้งหมด..มันเป็นแค่การแกล้งกันเล่นๆอย่างนั้นเหรอ คีย์"



Rrr Rrr Rrr


เสียงริงโทนจากโทรศัพท์ทำให้มินโฮสบถออกมาดังๆ ก่อนจะผละออกไปรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

"อะไร!!!"

......

.............


คีย์มองร่างสูงที่เดินห่างออกไปผ่านม่านน้ำตา มือทั้งสองปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่เกิดขึ้น ความรู้สึกหลากหลายที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ราวแรงดันมหาศาลจากทุกทิศทางทำให้ทำนบแข็งแกร่งในใจที่อยู่มานานปีพังลง อย่างง่ายดาย


"อืม ตกลง ...แล้วแต่... งั้นอีกชั่วโมงเจอกัน"

ร่างสูงกดวางโทรศัพท์ แล้วเดินกลับมายังหน้าโซฟาด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ คีย์ที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นมามองทั้งน้ำตา คนสุงกว่าทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ยืดตัวให้อยู่ระดับเดียวกับใบหน้าของคนเจ้าน้ำตา ฝ่ามือหนาเอื้อมมาประคองใบหน้าหวานไว้ และหยิบยื่นจูบให้อีกครั้งโดยที่ไม่มีการขัดขืนใดๆ นอกจากเสียงสะอื้นแผ่วเบาที่ดังลอดออกมา

"คิดว่าทั้งหมดนี่คือการแกล้งเล่นใช่ไหม...หือ"

สัมผัสนุ่มนวลต่างจากทุกครั้งทำให้คีย์รู้สึกสับสนมากกว่าเดิม มินโฮหยอกล้อกลีบปากบางได้รูป ดื่มชิมช้าๆราวจิบน้ำชา ลิ้มรสชาติหวานนุ่มจนพอใจ ก่อนเพิ่มความหนักหน่วงมากขึ้นโดยที่คีย์ไม่ทันตั้งตัว จูบย้ำหนักบดเบียดเข้ามาจนคีย์รู้สึกเหมือนเป็นเทียนไขที่กำลังถูกลนไฟอย่าง ช้าๆ ก่อนจะถูกโยนไปละลายในกองไฟที่ลุกโชนอยู่โดยไม่ทันรู้ตัว โพรงปากถูกบุกรุกจากเรียวลิ้นชุ่มชื้นและถ่ายทอดความร้อนผ่าวให้ตอบแทนความ หวานที่ถูกค้นหาจากปลายสัมผัส จุมพิตลึกล้ำที่ทั้งหวานและร้อนผ่าวราวจุดไฟร้อนๆให้ร่างกายของคีย์จนร่าง กายนุ่มนิ่มแทบพยุงตัวเองเอาไว้ไม่ไหว แขนเรียวทั้งสองจึงเกาะกอดแผ่นหลังกว้างเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว จูบซ้ำ ครั้งแล้วครั้งเล่า... จนกระทั่งกลีบปากนุ่มแดงช้ำแทบเป็นสีเลือด มินโฮจึงค่อยถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ขบเม้มริมฝีปากได้รูปเบาๆ ก่อนผละออก

"ยังคิดว่านี่เป็นการแกล้งอยู่หรือเปล่า???"

คีย์ปรือตามองอย่างไร้เรี่ยวแรง เหมือนถูกดูดเอาพลังงานในร่างกายไปหมดสิ้นจากจูบครั้งนี้ สมองมึนงงกับคำถาม ก่อนที่จะตกใจยิ่งขึ้นเมื่อจู่ๆมินโฮก็คว้าแขนของเขาขึ้นมาจากโซฟาและลากให้ เดินขึ้นไปบนชั้นสอง

"มินโฮ..."

คีย์ถูกแรงกระชากให้เดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างไม่เข้าใจ และเมื่อมาถึงประตูหน้าห้องนอน มินโฮก็กระชากประตูออก และผลักคีย์ให้เข้าไปในห้อง...








ประตูรถแท็กซี่เปิดออกทั้งสองด้านพร้อมกับสองร่างที่ก้าวออกมาจากรถ คีย์มองบ้านหลังใหญ่ด้วยแววตาสงสัย แต่ร่างสูงของมินโฮกลับแตะข้อศอกเบาๆ และพาเดินเข้าบ้านไปด้วยท่าทางสบายๆ ประตูบานใหญ่ที่แง้มไว้ทำให้ได้ยินเสียงเพลงจังหวะแดนซ์สบายๆลอดออกมา

อยู่ๆมินโฮก็ลากให้เขาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไปรเวท แล้วก็ลากขึ้นแท็กซี่มาที่นี่โดยไม่มีเสียงสนทนาใดๆ ปล่อยให้เขานั่งด้วยความอึดอัดมาตลอดทาง

"ที่นี่ที่ไหนเหรอ..มินโฮ..."

"มินโฮ!!!! นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว"

เสียงแหลมใสดังกระแทกหูหลังจากที่มินโฮผลักประตูพาร่างสูงของตัวเองเข้าไปใน บ้าน ที่บัดนี้ถูกแปลงโฉมให้เป็นปาร์ตี้เล็กๆ ในห้องสลัวไฟหลากสีระยิบระยับพร้อมเสียงพูดคุยดังจอแจทำให้คีย์มองไปรอบ กายอย่างสนใจ ก่อนที่จะหันกลับมามองคนที่มาด้วยกัน... ประโยคคำถามที่ตั้งใจไว้หายไปในลำคอเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ลมหายใจกระตุก เมื่อเห็นหญิงสาวร่างอวบอัดในชุดรัดรูปสีแดงเข้มอยู่ในอ้อมแขนของมินโฮ ริมฝีปากแดงสดคลอเคลียอยู่ที่ใบหน้าคมเข้มที่โน้มลงมากระซิบข้างหูอย่างสนิท สนมไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบกาย ราวกับโลกนี้มีเพียงสองคนเท่านั้น และยิ่งปวดแปลบเมื่อแขนเรียวโน้มคออีกฝ่ายให้ก้มลงมารับสัมผัสจากริมฝีปาก ...

คีย์เบือนหน้าหนีจากภาพนั้นทันที หน้าชาราวถูกมือฝ่ามือนับร้อยตบอย่างแรง เสียงเพลงดังอื้ออึงไม่ได้ศัพท์อยู่ในหู

เขาไม่เข้าใจ

ต้องการอะไร...มินโฮต้องการอะไร

พาเขามาที่นี่...เพื่ออะไร??


เท้าทั้งสองก้าวถอยหลังไปจนเมื่อรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนเองสะดุดกับพื้นต่าง ระดับ แถมยังเซไปชนกับโต๊ะเครื่องดื่มข้างๆ เพียงระยะเวลาชั่ววินาที คีย์พบว่าตัวเองลงไปนั่งอยู่กับพื้นห้องพร้อมโต๊ะตัวเล็กที่ล้มลงมาอยู่ ข้างๆ แก้วที่บรรจุเครื่องดื่มสีสวยหล่นลงมาแตกกระจายเต็มพื้น ทั้งเศษแก้ว และน้ำหลากสี กระจัดกระจายอยู่รอบตัว เสียงพูดคุยหยุดกระทันหัน นอกจากเสียงหัวใจของเขา รอบกายก็มีเพียงความเงียบเท่านั้น คียนั่งตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้นมองรอบตัว... สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ผู้คนก็ไม่คุ้นตา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และเพื่ออะไร??

"เป็นอะไรหรือเปล่า..."

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นพร้อมกับมือแกร่งที่ช่วยพยุงร่างกายที่สั่นเทาขึ้นทำให้คีย์เงยหน้ามองอย่างดีใจ

"มิน..."

เสียงสุดท้ายหายไป เมื่อเห็นปรากฎว่าผู้มีน้ำใจมาช่วยตนไม่ใช่คนที่ตนคิด คีย์ก้มศีรษะขอบคุณคนที่ช่วยด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

"ไม่เป็นอะไรนะครับ"

"ไม่ครับ..ขอบคุณมากครับ"

....
...
.
"ตลกดีเนอะ ...ซุ่มซ่ามจังเลย ..... ว่าเค้าทำไม น่าสงสารออก ...แต่ดูท่าทางเด๋อด๋าน่าดู ... มากับใครเหรอ ตายล่ะ เป็นฉันนะขายหน้าตายเลย ซุ่มซ่ามกลางบ้านอย่างนี้"

เสียงซุบซิบที่ดูเหมือนไม่จงใจให้เขาได้ยิน แต่ในความรู้สึกโดดเดี่ยวเคว้งคว้างในตอนนี้กลับทำให้คีย์รู้สึกราวกับทุกคน มารุมตะโกนใส่หูเขา

"คีย์"

มือแรกปล่อยจากแขนของเขาทันทีที่อีกมือหนึ่งปรี่มาคว้าต้นแขนอีกข้าง คีย์มองมินโฮที่ควงมากับสาวสวยตรงหน้าด้วยความผิดหวัง

"เอ๊ะ...รู้จักกันเหรอ...หรือว่ามากับมินโฮ"

"อืม... เข้ามาเมื่อกี้ไง"

"จริงเหรอ ไม่ทันสังเกตเลยอ่ะ เพื่อนเหรอจ้ะ แปลกจัง ไม่คิดว่ามินโฮจะมีเพื่อนแบบนี้.. เอ๊ะ หรือว่าคนสำคัญ"

เสียงหวานพูดอย่างไม่พยายามรักษาน้ำใจใดๆ หล่อนปรายตามองพื้น และมองไล่ตั้งแต่รองเท้าจนกระทั่งถึงใบหน้าที่บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด รอยยิ้มเหยียดจนคีย์รู้สึกอยากให้แผ่นดินถล่มลงไปเสียตรงหน้า จะได้ไม่ต้องมาทนให้ใครมองด้วยสายตาเหยียดหยามเช่นนี้

หากสิ่งที่เจ็บที่สุดกลับเป็นท่าทางไม่ยี่หระต่อคำพูดใดๆของสาวข้างกาย และคำพูดที่ทำให้เขาตัดสินใจสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม

"ไม่ใช่หรอก...แค่พี่ชายน่ะ วิคตอเรีย นี่คีย์พี่ชายที่เคยเล่าให้ฟังไง ส่วนคีย์ นี่วิคตอเรีย เพื่อนตั้งแต่สมัยไปเรียนที่อเมริกา"

คีย์ไม่ทันสนใจประโยคแนะนำตัวยาวเหยียดนั่น... หากสิ่งที่ทำให้เขากลืนน้ำลายด้วยความขมขื่น กลับเป็นเพียงคำสั้นๆ

แค่...พี่ชาย ..

แค่พี่ชาย

เหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง...



"น้องชายของเราเอง... "

"มินโฮทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ"

”ผมเกิดปีเดียวกับคีย์ และผม....ก็ไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว”



เสียงจากความทรงจำทำให้คีย์กำมือแน่น ภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ จูบครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่มีเหตุผล มือที่จับจูงมายังบ้านหลังนี้...

เพื่ออะไร...คีย์เข้าใจแล้ว

ใช้สิ่งนี้ตอกย้ำ ว่ามินโฮไม่ใช่เด็ก มินโฮไม่ใช่น้องชายตัวเล็กน่ารักของเขาอีกต่อไปแล้ว...

แต่เป็นมินโฮคนที่ยืนอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง

คอยขยับให้เบี้ยแต่ละตัวไปยังทิศทางที่ตนต้องการ และรอเวลายิ้มอย่างผู้ชนะ..



"พอมีชุดใหม่ให้ยืมไหมวิค เสื้อกางเกงเลอะน้ำหวานพวกนี้หมดแล้ว"

"มีสิจ้ะ แต่อยู่ข้างบนแน่ะ ตามมาเลยค่ะ...พี่ชาย"

สาวสวยพยักหน้าให้คนที่ยืนนิ่งและหันกลับไปควงแขนกับมินโฮพาตรงไปที่บันได โดยไม่เหลียวกลับมามองเขาอีก คีย์หัวเราะอย่างสมเพชตัวเอง

อย่างที่คิดไว้ตั้แต่แรก มินโฮแกล้งเขา แกล้งทำให้เขาต้องรู้สึกแย่

ทำให้เขาต้องสับสนกับความรู้สึกวุ่นวายในใจตัวเอง

เขาปวดหัวแทบระเบิดกับความสัมพันธ์ที่วุ่นวายแบบนี้

ที่มินโฮทำมาทั้งหมด...ก็แค่ค่าตอบแทนคำว่า 'น้องชาย' และ 'เด็ก' ที่เขาเผลอใช้บ่อยครั้งเท่านั้น

แค่อยากแกล้งกัน...อยากทำให้เขารู้สึกผิด รู้สึกแย่ ต้องทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ...

แม้แต่จูบนั่นล่ะ..ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ




วิคตอเรียบอกให้สองพี่น้องยืนรออยู่ที่โซฟารับแขก ขณะที่เจ้าตัวเดินเข้าไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ตามที่มินโฮร้องขอ ลับสายตาจากร่างกายอวบอัดสมส่วน มินโฮก็คว้ามือบางขึ้นมากุมไว้พร้อมคำถาม

"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า..."

คีย์สะบัดมือออก สายตาที่มองสบตาอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความปวดร้าว

"พามาที่นี่ทำไม.."

"เป็นอะไร"

"ต้องการอะไร...มินโฮต้องการอะไร"

ดวงตาคมมองอย่างไม่เข้าใจ

"เป็นอะไรน่ะคีย์"

"พามาที่นี่ทำไม ต้องการอะไร"

"คีย์!!! มีสติหน่อยสิ"

"ทำแบบนี้ ต้องการอะไร อยากให้เจ็บใช่ไหม จะแก้แค้นที่คีย์เคยบอกว่ามินโฮเป็นน้องชาย ก็เลยแกล้งปั่นหัวคีย์แบบนี้ ทั้งจูบ ทั้งรอยบ้าๆนั่น แล้วก็ที่พามาที่นี่"

มินโฮมองร่างเล็กระเบิดอารมณ์ด้วยสายตาคาดไม่ถึง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคีย์คิดถึงขนาดนั้นได้

"คีย์... เรื่องทั้งหมดมัน.."

"สมใจมินโฮแล้วนี่ คีย์เจ็บ คีย์ปวดหัวแทบบ้ากับเรื่องเมื่อวาน เอาเป็นว่าคีย์รู้แล้ว ต่อไปจะไม่ทำให้มินโฮต้องรู้สึกแย่กับคำพูดของคีย์อีก ไม่ต้องคิดว่าคีย์เป็นพี่อีกก็ได้ ไหนๆเราก็เกิดปีเดียวกัน ไม่เห็นจำเป็นที่จะ....อื้อออ"

เสียงของคีย์ขาดหายไปในคอ เหตุการณ์ทั้งหมดวนกลับไปดำเนินที่จุดๆเดิม ทว่าจูบครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความรุนแรงกว่าทุกครั้ง จูบซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่มีการผ่อนแรงลง เหมือนกับหวังแค่ผลเฉพาะหน้าเพื่อไม่ให้คีย์พรั่งพรูคำพูดใดๆที่จะทำร้าย ทั้งตัวเองและเขาออกมาเท่านั้น

เขาอยากอธิบายเหตุผลทั้งหมดให้คีย์ฟัง อยากบอกให้รู้ว่าที่ผ่านมาต้องการอะไร อยากให้คีย์รู้ความรู้สึกของเขา..และตัวคีย์เอง

...แต่

คีย์ไม่พยายามเลยสักนิดที่จะรับฟังเขา

"เกลียด..."

มือทั้งสองผลักเขาออกด้วยแรงที่มีทั้งหมด มินโฮยอมถอนริมฝีปากออกมา และคำพูดที่ออกมาพร้อมกับแรงสะอื้น เอ่ยเบาแค่ไหน ก็เหมือนดังกึกก้องราวกับตะโกนผ่านลำโพงที่เปิดข้างหู

"เกลียดมินโฮ... เกลียดมินโฮแบบนี้ที่สุด"

มินโฮผละออกจากร่างบาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่วิคตอเรียปรากฎตัวขึ้นที่หน้าประตูและส่งเสียง เรียกให้คีย์ลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุด แผ่นหลังสั่นสะท้านทำให้เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากไม่ให้คว้าเข้ามาไว้ใน อกและกอดปลอบให้สมความปรารถนา แต่ในเมื่อคีย์ไม่มีท่าทางที่จะทำความเข้าใจใดๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย เขาก็จนปัญญาที่จะอธิบาย

ถึงตอนนี้ คำถามเดิมที่เขาเคยถามไว้ กลับย้อนมา

"ใครกันแน่..ที่เด็ก??"

ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจับไหล่บางมาเขย่าและตะโกนถามให้รู้เรื่องรู้ราวกันไปเลยว่าใครกันแน่ที่ควรจะถูกเรียกว่า 'เด็ก'


"คีย์...รู้อะไรไหม"

มินโฮเอ่ยเสียงเรียบ ถ้าคีย์ไม่ต้องการการพูดคุย เขาก็จะทำให้มันแตกหักอย่างที่คีย์พยายามคิดมาตลอด


ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเข้าใจคีย์....


แต่เป็นเพราะคีย์ต่างหาก



เป็นเพราะว่าคีย์...ไม่เคยเข้าใจตัวเอง





"ผมก็เกลียดคีย์ที่เป็นแบบนี้ที่สุด"
















TBC